Article

จีโรลาโม การ์ดาโน: อัจฉริยะยุคเรอเนสซองส์ผู้เปิดประตูสู่จำนวนเชิงซ้อน

Article by

50
Share this article.

จีโรลาโม การ์ดาโน: อัจฉริยะยุคเรอเนสซองส์ผู้เปิดประตูสู่จำนวนเชิงซ้อน

ในบรรดาบุคคลที่มีสีสันมากที่สุดในประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์ยุคเรอเนสซองส์ มีชื่อหนึ่งที่โดดเด่นทั้งจากผลงานทางวิชาการอันล้ำสมัยและชีวิตที่เต็มไปด้วยเรื่องราวน่าทึ่ง นั่นคือ จีโรลาโม การ์ดาโน (Girolamo Cardano) นักคณิตศาสตร์ แพทย์ และนักปราชญ์ชาวอิตาลี เกิดเมื่อวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 1501 ที่เมืองปาเวีย ดัชชีมิลาน (ปัจจุบันอยู่ในประเทศอิตาลี)

กำเนิดท่ามกลางโรคระบาดและวัยเด็กที่ยากลำบาก

การ์ดาโนเป็นบุตรนอกสมรสของฟาซิโอ การ์ดาโน ทนายความชาวมิลานผู้มีความรู้ด้านคณิตศาสตร์อย่างลึกซึ้งจนได้รับคำปรึกษาจากเลโอนาร์โด ดา วินชี ในประเด็นทางเรขาคณิต และเคียรา มิเคเรีย หญิงหม้ายที่อายุมากกว่าบิดาถึง 20 ปี แม้มารดาจะพยายามทำแท้งเขาหลายครั้ง แต่การ์ดาโนก็เกิดที่บ้านของเพื่อนผู้มั่งคั่งของบิดาในเมืองปาเวีย ซึ่งมารดาของเขาถูกส่งไปหลบภัยจากโรคระบาดในมิลานที่คร่าชีวิตพี่น้องอีกสามคนของเขาไปก่อนหน้านั้น

ในวัยเด็ก การ์ดาโนป่วยออดแอดและครอบครัวมีฐานะยากจน แต่เขาก็ได้รับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยปาเวียและปาดัว โดยเลือกเรียนแพทยศาสตร์ทั้งที่บิดาต้องการให้เรียนกฎหมาย เขาได้รับปริญญาเอกทางการแพทย์ในปี ค.ศ. 1525 แต่เนื่องจากบุคลิกที่ตรงไปตรงมาจนถึงขั้นก้าวร้าว วิทยาลัยแพทย์แห่งมิลานจึงปฏิเสธไม่รับเขาเป็นสมาชิกอยู่หลายครั้ง

Ars Magna และสูตรแก้สมการกำลังสาม

ผลงานทางคณิตศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของการ์ดาโนคือหนังสือ Ars Magna (ศิลปะอันยิ่งใหญ่) ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1545 ซึ่งถือเป็นตำราภาษาละตินเล่มแรกที่อุทิศให้กับพีชคณิตโดยเฉพาะ ในหนังสือเล่มนี้ การ์ดาโนได้เผยแพร่วิธีการแก้ สมการกำลังสาม (cubic equation) ซึ่งเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าทางคณิตศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในยุคนั้น

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวเบื้องหลังการค้นพบนี้เต็มไปด้วยความขัดแย้งทางวิชาการที่โด่งดัง เพราะแท้จริงแล้วการ์ดาโนได้เรียนรู้วิธีการแก้สมการกำลังสามมาจากนิโคโล ตาร์ตาเกลีย (Niccolò Tartaglia) นักคณิตศาสตร์อีกท่านหนึ่ง ซึ่งเดิมทีตาร์ตาเกลียเปิดเผยวิธีการนี้ให้การ์ดาโนโดยมีเงื่อนไขว่าต้องเก็บเป็นความลับ แต่ภายหลังการ์ดาโนค้นพบว่าเชโปีโอเน เดล แฟร์โร (Scipione del Ferro) เคยค้นพบวิธีการที่คล้ายกันมาก่อนหน้าตาร์ตาเกลียแล้ว เขาจึงตัดสินใจตีพิมพ์วิธีการนี้ใน Ars Magna โดยให้เครดิตทั้งเดล แฟร์โรและตาร์ตาเกลียไว้อย่างชัดเจน แม้จะสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับตาร์ตาเกลียก็ตาม นอกจากนี้ ลูกศิษย์ของการ์ดาโนคือโลโดวิโก แฟร์รารี (Lodovico Ferrari) ยังค้นพบวิธีแก้สมการกำลังสี่ (quartic equation) ซึ่งถูกตีพิมพ์ไว้ในหนังสือเล่มเดียวกันนี้ด้วย

ผู้บุกเบิกการใช้จำนวนเชิงซ้อนอย่างเป็นทางการ

อีกหนึ่งผลงานที่ทำให้ชื่อของการ์ดาโนมีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์ คือการที่เขาเป็นหนึ่งในนักคณิตศาสตร์กลุ่มแรกที่กล้าเผชิญหน้ากับแนวคิดเรื่อง จำนวนเชิงซ้อน (complex numbers) อย่างเป็นทางการ ใน Ars Magna เขาได้แสดงตัวอย่างการแก้สมการที่นำไปสู่รากที่สองของจำนวนลบ แม้ตัวการ์ดาโนเองจะยังไม่เข้าใจธรรมชาติที่แท้จริงของจำนวนเหล่านี้ และมองว่ามันเป็นเพียง “ความแปลกประหลาดทางคณิตศาสตร์” มากกว่าจะยอมรับว่าเป็นจำนวนที่ถูกต้องตามหลักการ แต่การที่เขากล้าเขียนถึงมันอย่างเป็นระบบก็ถือเป็นก้าวสำคัญที่ปูทางให้นักคณิตศาสตร์รุ่นหลัง เช่น ราฟาเอล บอมเบลลี (Rafael Bombelli) พัฒนาทฤษฎีจำนวนเชิงซ้อนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นในเวลาต่อมา

ผู้บุกเบิกทฤษฎีความน่าจะเป็นจากการพนัน

นอกเหนือจากพีชคณิต การ์ดาโนยังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งใน ผู้บุกเบิกทฤษฎีความน่าจะเป็น (probability theory) ยุคแรกสุด ด้วยชีวิตที่ผูกพันอย่างลึกซึ้งกับการพนัน ทั้งไพ่ ลูกเต๋า และหมากรุก ซึ่งเขาใช้เป็นแหล่งรายได้เสริมในช่วงที่ชีวิตขัดสน การ์ดาโนได้เขียนหนังสือชื่อ “Liber de ludo aleae” (หนังสือว่าด้วยเกมแห่งโชคชะตา) ซึ่งวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของผลลัพธ์ต่างๆ ในการทอยลูกเต๋าอย่างเป็นระบบ แม้หนังสือเล่มนี้จะไม่ได้ตีพิมพ์จนกระทั่งหลังเขาเสียชีวิตไปแล้วเกือบร้อยปี แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในความพยายามแรกๆ ที่จะวิเคราะห์ความน่าจะเป็นในเชิงคณิตศาสตร์ ก่อนที่แบลส ปาสกาล (Blaise Pascal) และปีแยร์ เดอ แฟร์มา (Pierre de Fermat) จะพัฒนาทฤษฎีนี้ให้เป็นระบบมากขึ้นในศตวรรษต่อมา

ชีวิตที่เต็มไปด้วยเรื่องราวพลิกผัน

ชีวิตของการ์ดาโนเต็มไปด้วยเหตุการณ์พลิกผันที่น่าทึ่ง เขาได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยปาดัวด้วยวัยเพียง 24 ปี และมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะแพทย์ ถึงขั้นได้รับเชิญไปสกอตแลนด์เพื่อรักษาอาร์ชบิชอปท่านหนึ่ง แต่โศกนาฏกรรมก็ตามมาไม่ขาดสาย บุตรชายคนโตที่เขารักที่สุดถูกตัดสินประหารชีวิตในข้อหาวางยาพิษภรรยาตนเอง ส่วนตัวการ์ดาโนเองก็ถูกจับกุมในข้อหานอกรีต (heresy) บางส่วนเป็นเพราะเขาเคยคำนวณดวงชะตาของพระเยซูคริสต์ และถูกคุมขังอยู่ระยะหนึ่งก่อนได้รับการปล่อยตัว

การ์ดาโนยังเป็นที่รู้จักในฐานะนักประดิษฐ์ผู้มีความคิดสร้างสรรค์ โดยได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้คิดค้นกลไกหลายอย่างที่ยังใช้งานอยู่จนถึงปัจจุบัน รวมถึงแม่กุญแจแบบรหัสผสม (combination lock) และข้อต่อคาร์ดาน (Cardan joint หรือ universal joint) ที่ใช้ในระบบส่งกำลังของยานพาหนะ

บั้นปลายชีวิตและความลึกลับแห่งการจากไป

ในช่วงบั้นปลายชีวิต การ์ดาโนย้ายไปทำงานเป็นแพทย์ประจำตัวของสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 5 และเกรกอรีที่ 13 ที่กรุงโรม มีเรื่องเล่าที่โด่งดังว่าเขาเคยทำนายวันเสียชีวิตของตนเองไว้ล่วงหน้า และบางแหล่งข้อมูลก็สันนิษฐานว่าเขาอาจฆ่าตัวตายเพื่อให้คำทำนายเป็นจริง แม้เรื่องนี้จะยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักประวัติศาสตร์ก็ตาม

การ์ดาโนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 1576 ที่กรุงโรม ด้วยวัย 74 ปี ทิ้งไว้ซึ่งมรดกทางวิชาการที่ครอบคลุมทั้งพีชคณิต ทฤษฎีความน่าจะเป็นยุคแรกเริ่ม และการบุกเบิกแนวคิดเรื่องจำนวนเชิงซ้อน ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญที่นักคณิตศาสตร์รุ่นหลังนำไปพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นเสาหลักของคณิตศาสตร์สมัยใหม่ในปัจจุบัน