Article

July 9, 1953 — Henri Pade: When the Taylor series isn't enough

Article by

45
Share this article.

July 9, 1953 — Henri Pade: When the Taylor series isn't enough

Today in the history of mathematics. | อ็องรี ปาเด ถึงแก่กรรม 9 กรกฎาคม ค.ศ. 1953


บทนำ: จุดอ่อนที่ทุกคนมองข้าม

อนุกรมเทย์เลอร์เป็นเครื่องมือที่นักศึกษาคณิตศาสตร์รักที่สุด

$$ \frac{1}{1+x} = 1 – x + x^2 – x^3 + x^4 – \cdots $$

แต่ลองแทน $x = 2$ ดูสิ ด้านซ้ายได้ $\tfrac13$ ส่วนด้านขวาระเบิดเป็นอนันต์ เพราะรัศมีการลู่เข้าคือ $|x| < 1$

พหุนามไม่มีวันเลียนแบบเส้นกำกับได้ พหุนามดีกรี $n$ มีค่าลู่ออกสู่ $\pm\infty$ เสมอเมื่อ $x \to \pm\infty$ ในขณะที่ฟังก์ชันจริงจำนวนมากมีเส้นกำกับ มีขั้ว (pole) มีพฤติกรรมที่พหุนามตามไม่ทัน

ทางออก: อย่าใช้พหุนาม — ใช้ อัตราส่วนของพหุนาม

นั่นคือหัวใจของ การประมาณค่าแบบปาเด (Padé approximant) ผลงานของ อ็องรี เออแฌน ปาเด (Henri Eugène Padé, 1863–1953) ผู้จากไปในวันนี้


1. นิยาม

นิยาม (Padé approximant) ให้ $f(x)$ มีอนุกรมเทย์เลอร์รอบ $x=0$ การประมาณค่าแบบปาเดอันดับ $[m/n]$ คือฟังก์ชันตรรกยะ $$ [m/n]_f(x) = \frac{P_m(x)}{Q_n(x)} = \frac{p_0 + p_1 x + \cdots + p_m x^m}{1 + q_1 x + \cdots + q_n x^n} $$ ที่ทำให้อนุกรมเทย์เลอร์ของ $[m/n]_f$ ตรงกับของ $f$ จนถึงพจน์ $x^{m+n}$

มีสัมประสิทธิ์ที่ไม่ทราบค่าทั้งหมด $m + n + 1$ ตัว และเรากำหนดเงื่อนไข $m+n+1$ เงื่อนไข — พอดีเป๊ะ

เงื่อนไขในทางปฏิบัติ: เขียน $f(x)Q_n(x) – P_m(x) = O(x^{m+n+1})$ แล้วเทียบสัมประสิทธิ์ ได้ระบบสมการเชิงเส้น


2. ตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพทันที

ตัวอย่างที่ 1: $e^x$ ด้วย $[1/1]$

จาก $e^x = 1 + x + \tfrac{x^2}{2} + \tfrac{x^3}{6} + \cdots$ ให้

$$ [1/1] = \frac{p_0 + p_1 x}{1 + q_1 x} $$

จับคู่ถึง $x^2$ ได้ $p_0 = 1$, $p_1 = \tfrac12$, $q_1 = -\tfrac12$ ดังนั้น

$$ e^x \approx \frac{1 + \frac{x}{2}}{1 – \frac{x}{2}} = \frac{2+x}{2-x} $$

ที่ $x = 1$: ปาเดให้ $3 \approx 2.718$ ส่วนเทย์เลอร์ดีกรี 2 ให้ $2.5$ — ปาเดชนะ ทั้งที่ใช้ข้อมูลเท่ากัน

ตัวอย่างที่ 2: พลังที่แท้จริง

ลองประมาณ $f(x) = \dfrac{1}{1+x}$ ด้วย $[0/1]$

$$ [0/1] = \frac{1}{1+x} = f(x) $$

ตรงเป๊ะ — ในขณะที่อนุกรมเทย์เลอร์ต้องใช้พจน์อนันต์และยังลู่ออกที่ $x=2$ อยู่ดี

นี่คือความมหัศจรรย์: ปาเดจับ “ขั้ว” ของฟังก์ชันได้ ในขณะที่เทย์เลอร์ทำไม่ได้


3. ตารางปาเด (Padé table)

ปาเดจัดเรียงการประมาณค่าทุกอันดับ $[m/n]$ ลงใน ตารางสองมิติ (แถว $m$ คอลัมน์ $n$)

  $n=0$ $n=1$ $n=2$ $\cdots$
$m=0$ $[0/0]$ $[0/1]$ $[0/2]$  
$m=1$ $[1/0]$ $[1/1]$ $[1/2]$  
$m=2$ $[2/0]$ $[2/1]$ $[2/2]$  
  • คอลัมน์แรก ($n=0$) คือผลบวกย่อยของอนุกรมเทย์เลอร์
  • แนวทแยง $[n/n]$ มักให้ความแม่นยำสูงสุด
  • การเดินตามแนวทแยงบันได สอดคล้องกับ การกระจายเศษส่วนต่อเนื่อง ของฟังก์ชัน

ในวิทยานิพนธ์ปี 1892 (ภายใต้การควบคุมของ Charles Hermite) ปาเดพิสูจน์ความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างของตารางนี้ และแสดงว่า — ในความหมายที่นิยามอย่างเหมาะสม — การประมาณค่าแบบปาเดคือการประมาณที่ดีที่สุดในบรรดาฟังก์ชันตรรกยะทั้งหมด


4. ปาเดไม่ใช่คนแรก แต่เป็นคนแรกที่จัดระบบ

ประวัติศาสตร์ตรงนี้น่าสนใจมากสำหรับการสอนเรื่อง ความเป็นเจ้าของความรู้

ปี บุคคล สิ่งที่ทำ
1730 Daniel Bernoulli, James Stirling ใช้การประมาณแบบปาเดโดยไม่รู้ตัว
~1750 Leonhard Euler ใช้หาผลบวกอนุกรม
1758 Johann Lambert พบตัวประมาณที่เป็นปาเด แต่ไม่สร้างทฤษฎีทั่วไป
1776 Joseph-Louis Lagrange เชื่อมโยงกับเศษส่วนต่อเนื่อง
1873 Charles Hermite ใช้พิสูจน์ว่า $e$ เป็นจำนวนอดิศัย
~1880s Ferdinand Frobenius หาความสัมพันธ์ระหว่างตัวประมาณ
1892 Henri Padé ศึกษาอย่างเป็นระบบครั้งแรก + สร้างตารางปาเด

Van Vleck กล่าวไว้ในที่ประชุม AMS ปี 1903 ว่าก่อนหน้าปาเดไม่มีใครตรวจสอบตัวประมาณเหล่านี้อย่างเป็นระบบ นอกจาก Frobenius และปาเดก้าวไปไกลกว่าด้วยการจัดตัวประมาณทั้งหมดลงในตาราง

ที่น่าสนใจคือ ปาเดดูเหมือนจะ ไม่ทราบ ถึงงานของ Frobenius เลย


5. ชีวประวัติโดยย่อ

  • เกิดที่เมือง Abbeville ทางเหนือของฝรั่งเศส 17 ธันวาคม 1863
  • เข้า École Normale Supérieure ปี 1883 จบ Agrégation de Mathématiques ปี 1886 แล้วไปเป็นครูมัธยม
  • ปี 1889 ไปเยอรมนี ศึกษากับ Felix Klein ที่ Göttingen และ Hermann Schwarz
  • 1892 — วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกภายใต้ Hermite ซึ่งบรรจุทฤษฎีตัวประมาณปาเด
  • สืบทอดตำแหน่งศาสตราจารย์กลศาสตร์ตรรกยะที่ École Centrale de Lille ต่อจาก Émile Borel
  • ได้รับ Grand Prix des Sciences Mathématiques ในปี 1905
  • ถึงแก่กรรมที่ Aix-en-Provence 9 กรกฎาคม 1953 อายุ 89 ปี

6. ปาเดในโลกวันนี้

  • ฟิสิกส์เชิงทฤษฎี: การหาผลรวมอนุกรมกวน (perturbation series) ที่ลู่ออก — Padé resummation
  • ทฤษฎีการควบคุม: Padé approximation ของ $e^{-sT}$ เพื่อจำลองความหน่วงเวลาในระบบเชิงเส้น
  • การประมวลผลสัญญาณ: การออกแบบตัวกรอง IIR
  • เคมีควอนตัม: การประมาณพลังงานสถานะพื้น
  • การวิเคราะห์เชิงตัวเลข: การหาผลเฉลยสมการเชิงอนุพันธ์แบบ stiff (Padé-based Runge–Kutta)

Thought-provoking activities

  1. หา $[2/2]$ ของ $e^x$ แล้วเปรียบเทียบค่าที่ $x=1$ กับผลบวกย่อยเทย์เลอร์ดีกรี 4 อันไหนใกล้ $e = 2.71828\ldots$ มากกว่า?
  2. หา $[1/1]$ ของ $\ln(1+x)$ แล้วประเมินที่ $x = 1$ เปรียบเทียบกับ $\ln 2 = 0.6931\ldots$
  3. แสดงว่า $[n/n]$ ของ $e^x$ มีสมบัติ $n/n \cdot n/n = 1$ (สอดคล้องกับ $e^x e^{-x} = 1$)
  4. เขียนโปรแกรม Python ใช้ scipy.interpolate.pade เปรียบเทียบกราฟของ $\tan x$ กับ $[3/3]$ และเทย์เลอร์ดีกรี 6 บนช่วง $[-1.5, 1.5]$ สังเกตว่าอันไหนจับขั้วที่ $x = \pi/2$ ได้
  5. อภิปราย: เหตุใดฟังก์ชันตรรกยะจึงจับ “ขั้ว” ได้ แต่พหุนามทำไม่ได้?

References

  • Padé, H. (1892). Sur la représentation approchée d’une fonction par des fractions rationnelles. Thèse, École Normale Supérieure.
  • Baker, G. A., & Graves-Morris, P. (1996). Padé Approximants (2nd ed.). Cambridge University Press.
  • Brezinski, C. (1996). History of Continued Fractions and Padé Approximants. Springer.
  • Bender, C. M., & Orszag, S. A. (1999). Advanced Mathematical Methods for Scientists and Engineers. Springer. (บทที่ 8)
  • O’Connor, J. J., & Robertson, E. F. Henri Padé. MacTutor History of Mathematics Archive.

ชุดบทความ “วันนี้ในประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์” — เผยแพร่ 9 กรกฎาคม 2569