Article

แซร์จ ลัง: นักเขียนตำราคณิตศาสตร์

Article by

55
Share this article.

แซร์จ ลัง: นักเขียนตำราคณิตศาสตร์

หากคุณเคยเรียนพีชคณิตนามธรรมระดับบัณฑิตศึกษา มีโอกาสสูงที่คุณจะเคยเปิดตำราชื่อ Algebra ของ แซร์จ ลัง (Serge Lang) นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส-อเมริกันผู้ทิ้งมรดกทางการศึกษาคณิตศาสตร์ไว้มากมายผ่านตำราเรียนที่มีอิทธิพลอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมตั้งแต่พีชคณิต ทฤษฎีจำนวน ไปจนถึงเรขาคณิตพีชคณิตและการวิเคราะห์เชิงซ้อน นอกจากบทบาทในวงการวิชาการแล้ว ลังยังเป็นที่รู้จักในฐานะนักกิจกรรมผู้กล้าแสดงจุดยืนอย่างแข็งกร้าวในประเด็นทางสังคมและการเมืองต่าง ๆ ตลอดชีวิตของเขา

ชีวิตช่วงต้นที่หลบหนีสงคราม

ลังเกิดเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 1927 ที่เมืองแซ็ง-แฌร์แม็ง-อ็อง-แล ใกล้กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นบุตรของ Étienne Lang นักธุรกิจ และ Helene Schlepianoff นักเปียโนคอนเสิร์ต เขามีพี่น้องฝาแฝดที่ต่อมากลายเป็นโค้ชบาสเกตบอล และมีน้องสาวที่กลายเป็นนักแสดง

ลังใช้ชีวิตวัยเด็กในกรุงปารีสและเข้าเรียนที่นั่นจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้นในเดือนกันยายน ค.ศ. 1939 ขณะที่เขากำลังศึกษาอยู่ในระดับเทียบเท่าเกรด 10 แต่กองทัพเยอรมันไม่ได้บุกเข้ากรุงปารีสจนกระทั่งเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1940 เมื่อสถานการณ์เลวร้ายลง ลังพร้อมกับบิดาและน้องสาวจึงตัดสินใจหลบหนีไปยังสหรัฐอเมริกา และไปตั้งรกรากที่เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย

ที่ลอสแอนเจลิสนี้เอง ลังสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจาก Beverly Hills High School ในปี ค.ศ. 1943 ก่อนเข้าศึกษาต่อที่สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (Caltech) และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาฟิสิกส์ในปี ค.ศ. 1946

จากปรัชญาสู่คณิตศาสตร์

หลังรับใช้ในกองทัพสหรัฐอเมริกาเป็นเวลาหนึ่งปีครึ่ง ลังเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรบัณฑิตศึกษาด้านปรัชญาที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน แต่เขาตัดสินใจเปลี่ยนไปเรียนคณิตศาสตร์แทนหลังเรียนไปได้เพียงหนึ่งปี เขาได้เป็นลูกศิษย์ของ เอมิล อาร์ทิน (Emil Artin) นักคณิตศาสตร์ผู้มีชื่อเสียง โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “On Quasi Algebraic Closure” จนสำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ. 1951

เส้นทางวิชาการที่หลากหลาย

ลังเริ่มต้นอาชีพวิชาการด้วยตำแหน่งอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันระหว่างปี ค.ศ. 1951–1953 ควบคู่ไปกับการเป็นผู้เยี่ยมชมที่สถาบัน Institute for Advanced Study จากนั้นย้ายไปเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยชิคาโกระหว่างปี ค.ศ. 1953–1955 ก่อนได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียในปี ค.ศ. 1955

ในปี ค.ศ. 1971 ลังตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียเพื่อประท้วงการปฏิบัติต่อผู้ประท้วงต่อต้านสงครามเวียดนามของมหาวิทยาลัย โดยไม่รู้ว่าจะหางานใหม่ได้ที่ไหน แต่ในที่สุดเขาก็ได้รับข้อเสนอตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยเยลในปี ค.ศ. 1972 ซึ่งเขาทำงานอยู่ที่นั่นตลอดช่วงที่เหลือของอาชีพการงาน จนกระทั่งเกษียณอายุในฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ. 2005

ผลงานวิจัยด้านทฤษฎีจำนวนและเรขาคณิตไดโอแฟนไทน์

ผลงานวิจัยทางคณิตศาสตร์ของลังครอบคลุมสาขาทฤษฎีจำนวนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเรขาคณิตไดโอแฟนไทน์ (diophantine geometry) และทฤษฎีสนามคลาส (class field theory) ในเวอร์ชันเชิงเรขาคณิต

ลังเป็นผู้เสนอข้อความคาดการณ์สำคัญหลายข้อในเรขาคณิตไดโอแฟนไทน์ ซึ่งยังคงมีอิทธิพลต่อการวิจัยในสาขานี้มาจนถึงปัจจุบัน เช่น ข้อความคาดการณ์มอร์เดลล์-ลัง (Mordell–Lang conjecture), ข้อความคาดการณ์บอมบิเอรี-ลัง (Bombieri–Lang conjecture), ข้อความคาดการณ์จุดปริพันธ์ของลัง (Lang’s integral point conjecture) และ ข้อความคาดการณ์ลัง-ทร็อตเตอร์ (Lang–Trotter conjecture) ข้อความคาดการณ์เหล่านี้ล้วนเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ผลักดันให้เกิดงานวิจัยใหม่ ๆ ในเรขาคณิตเลขคณิตอย่างต่อเนื่อง

ในปี ค.ศ. 1960 ลังได้รับ รางวัลโคล (Frank Nelson Cole Prize) สาขาพีชคณิต จากผลงานวิจัยเรื่อง “Unramified class field theory over function fields in several variables” ซึ่งเป็นการยืนยันถึงคุณภาพงานวิจัยเชิงลึกของเขาในสาขานี้

ตำราคณิตศาสตร์ที่เปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาคณิตศาสตร์ระดับสูง

สิ่งที่ทำให้ชื่อของแซร์จ ลังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางที่สุดในหมู่นักคณิตศาสตร์ทั่วโลกคือตำราคณิตศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัยและบัณฑิตศึกษาที่เขาเขียนไว้จำนวนมาก โดยเฉพาะหนังสือ Algebra ซึ่งกลายเป็นตำราพีชคณิตนามธรรมระดับบัณฑิตศึกษาที่มีอิทธิพลมากที่สุดเล่มหนึ่งในโลก ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่เข้มงวด ครอบคลุม และเป็นระบบ

นอกจากนี้เขายังเขียนตำราสำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น Complex Analysis, Undergraduate Algebra, Algebraic Number Theory และตำราด้านเรขาคณิตพีชคณิตอีกหลายเล่ม ตำราของลังมีลักษณะเด่นตรงที่ความชัดเจนของการนำเสนอ ควบคู่ไปกับความเข้มงวดทางคณิตศาสตร์ ทำให้ตำราหลายเล่มของเขากลายเป็นมาตรฐานที่ใช้สอนในหลักสูตรคณิตศาสตร์ระดับสูงทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

ลังยังเป็นสมาชิกของกลุ่ม บูร์บากี (Bourbaki) กลุ่มนักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงจากความพยายามเขียนตำราคณิตศาสตร์ที่เข้มงวดและเป็นระบบครอบคลุมสาขาต่าง ๆ ของคณิตศาสตร์สมัยใหม่

นักกิจกรรมผู้ไม่หวั่นเกรง

นอกเหนือจากงานวิชาการ ลังยังเป็นที่รู้จักในฐานะนักกิจกรรมที่มีความกระตือรือร้นทางการเมืองอย่างมาก เขาต่อต้านสงครามเวียดนามอย่างแข็งกร้าว และมีบทบาทสำคัญในการคัดค้านการเสนอชื่อนักรัฐศาสตร์ Samuel P. Huntington เข้าสู่ National Academies of Science จนประสบความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบั้นปลายชีวิต ลังก็มีจุดยืนที่เป็นที่ถกเถียงอย่างมาก โดยเขาปฏิเสธความเชื่อมโยงระหว่างเชื้อ HIV กับโรคเอดส์ (HIV/AIDS denialism) และคัดค้านงานวิจัยด้าน HIV/AIDS ของมหาวิทยาลัยเยล ซึ่งเป็นจุดยืนที่ขัดแย้งกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากชุมชนวิทยาศาสตร์

เกียรติยศตลอดชีวิตการทำงาน

ลังได้รับเกียรติยศสำคัญมากมายตลอดชีวิตการทำงาน นอกจากรางวัลโคลในปี ค.ศ. 1960 แล้ว เขายังได้รับ รางวัล Leroy P. Steele Prize จากสมาคมคณิตศาสตร์อเมริกันในปี ค.ศ. 1999 เพื่อยกย่องผลงานตำราคณิตศาสตร์ของเขาที่มีอิทธิพลต่อการศึกษาคณิตศาสตร์ระดับสูงอย่างกว้างขวาง

The final stage of life and the legacy left behind

แซร์จ ลังเสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 2005 ที่เมืองเบิร์กลีย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะอายุ 78 ปี เพียงไม่กี่เดือนหลังจากเกษียณอายุจากมหาวิทยาลัยเยล ซึ่งประธานมหาวิทยาลัยได้กล่าวสุนทรพจน์เพื่อเป็นเกียรติแก่เขาในโอกาสนั้น

ตลอดชีวิตการทำงาน ลังมีลูกศิษย์ปริญญาเอกที่มีชื่อเสียงหลายคน อาทิ Minhyong Kim และ Stephen Schanuel ซึ่งล้วนแล้วแต่มีบทบาทสำคัญในวงการคณิตศาสตร์ในเวลาต่อมา มรดกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลังคือตำราคณิตศาสตร์จำนวนมากที่เขาทิ้งไว้ ซึ่งยังคงเป็นแหล่งความรู้สำคัญที่นักศึกษาคณิตศาสตร์ทั่วโลกใช้ศึกษามาจนถึงทุกวันนี้ สะท้อนให้เห็นว่าคุณูปการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักคณิตศาสตร์บางคนอาจไม่ได้อยู่ที่ทฤษฎีบทที่พวกเขาพิสูจน์ได้เท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้อันซับซ้อนให้เข้าใจได้อย่างชัดเจนแก่คนรุ่นต่อไปอีกด้วย