Article

รำลึกถึงฟรีดริช ช็อทท์กี: ผู้บุกเบิกทฤษฎีฟังก์ชันตัวแปรเชิงซ้อน

Article by

3
Share this article.

รำลึกถึงฟรีดริช ช็อทท์กี: ผู้บุกเบิกทฤษฎีฟังก์ชันตัวแปรเชิงซ้อน

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1935 ณ กรุงเบอร์ลิน โลกคณิตศาสตร์ได้สูญเสียนักคิดคนสำคัญผู้อุทิศชีวิตให้กับการศึกษาฟังก์ชันวิเคราะห์ ฟรีดริช เฮอร์มันน์ ช็อทท์กี (Friedrich Hermann Schottky) จากไปด้วยวัย 84 ปี ทิ้งไว้เบื้องหลังผลงานที่ยังคงเป็นเสาหลักของทฤษฎีฟังก์ชันตัวแปรเชิงซ้อนมาจนถึงทุกวันนี้

จากเบรสเลาสู่แวดวงคณิตศาสตร์ชั้นนำของยุโรป

ช็อทท์กีเกิดเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ. 1851 ที่เมืองเบรสเลา (ปัจจุบันคือเมืองวรอตซวาฟ ประเทศโปแลนด์) เขาเริ่มการศึกษาที่มหาวิทยาลัยเบรสเลาในปี 1870 ก่อนย้ายไปศึกษาต่อที่กรุงเบอร์ลิน ซึ่งที่นั่นเขาได้เป็นลูกศิษย์ของนักคณิตศาสตร์และนักฟิสิกส์ระดับตำนานอย่าง คาร์ล ไวเออร์ชตราส (Karl Weierstrass) และ แฮร์มันน์ ฟอน เฮล์มโฮลทซ์ (Hermann von Helmholtz) เขาได้รับปริญญาเอกในปี 1875 และไต่เต้าตำแหน่งทางวิชาการเรื่อยมา ตั้งแต่ตำแหน่งอาจารย์ที่ ETH ซูริก มหาวิทยาลัยมาร์บวร์ก จนกระทั่งได้เป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลินในปี 1902 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาดำรงอยู่จนเกษียณในปี 1922

มรดกทางคณิตศาสตร์ที่ยังมีชีวิตอยู่

ช็อทท์กีทำงานหลักด้านฟังก์ชันวงรี ฟังก์ชันอาเบเลียน และฟังก์ชันธีตา แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อของเขาอยู่ในตำราคณิตศาสตร์มาจนถึงปัจจุบันคือแนวคิดสองเรื่องที่ใช้ชื่อของเขาเอง

Schottky groups (กลุ่มช็อทท์กี) เป็นแนวคิดพื้นฐานสำคัญในทฤษฎีฟังก์ชันตัวแปรเชิงซ้อนหลายตัวและเรขาคณิตไฮเปอร์โบลิก ซึ่งภายหลังมีบทบาทสำคัญในการศึกษากลุ่มไคลน์เนียน (Kleinian groups) และเรขาคณิตของท่อร่วมสามมิติ

Schottky’s theorem (ทฤษฎีบทช็อทท์กี) เป็นผลลัพธ์สำคัญในทฤษฎีฟังก์ชันวิเคราะห์เชิงซ้อน ที่ให้ขอบเขตของค่าฟังก์ชันวิเคราะห์ซึ่งหลีกเลี่ยงค่าบางค่า ทฤษฎีบทนี้ต่อยอดมาจากแนวคิดของทฤษฎีบทของปิการ์ด (Picard’s theorem) และกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์เชิงซ้อนสมัยใหม่

ครูของนักคณิตศาสตร์รุ่นต่อไป

แม้จะได้รับการยอมรับว่างานวิจัยที่โดดเด่นที่สุดของเขาเกิดขึ้นก่อนปี 1902 และมีบันทึกว่าทักษะการสอนของเขาไม่ได้โดดเด่นนัก แต่ช็อทท์กีก็ยังคงบ่มเพาะนักคณิตศาสตร์รุ่นใหม่ที่ต่อมาสร้างชื่อเสียงของตนเอง ลูกศิษย์ของเขารวมถึง คอนราด คน็อพพ์ (Konrad Knopp) ผู้เชี่ยวชาญด้านฟังก์ชันเชิงซ้อน, พอล เบอร์เนย์ส (Paul Bernays) นักตรรกศาสตร์คนสำคัญ, และ พอล เคอเบอ (Paul Koebe) ผู้มีบทบาทสำคัญในทฤษฎีการส่งแบบคอนฟอร์มัล

นอกเหนือจากมรดกทางวิชาการแล้ว ช็อทท์กียังเป็นบิดาของ วัลเทอร์ ช็อทท์กี (Walter Schottky) นักฟิสิกส์ชื่อดังผู้บุกเบิกทฤษฎีสารกึ่งตัวนำ และเป็นที่มาของคำศัพท์อย่าง “Schottky diode” และ “Schottky effect” ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในวงการอิเล็กทรอนิกส์จนถึงปัจจุบัน กล่าวได้ว่าตระกูลช็อทท์กีได้ฝากผลงานสำคัญไว้ทั้งในโลกคณิตศาสตร์บริสุทธิ์และโลกฟิสิกส์ประยุกต์

เก้าสิบปีให้หลังจากการจากไปของฟรีดริช ช็อทท์กี ชื่อของเขายังคงถูกกล่าวถึงในห้องเรียนวิเคราะห์เชิงซ้อนทั่วโลก ผ่านกลุ่มและทฤษฎีบทที่เขาสร้างไว้ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าผลงานทางคณิตศาสตร์ที่แท้จริงไม่มีวันเสื่อมคลายไปตามกาลเวลา