Article

ทาเดอุช วาแซฟสกี: ผู้รอดชีวิตจากค่ายกักกันสู่ผู้บุกเบิกทฤษฎีเสถียรภาพ

Article by

78
Share this article.

ทาเดอุช วาแซฟสกี: ผู้รอดชีวิตจากค่ายกักกันสู่ผู้บุกเบิกทฤษฎีเสถียรภาพ

เรื่องราวของนักคณิตศาสตร์ชาวโปแลนด์หลายคนในศตวรรษที่ 20 เต็มไปด้วยความยากลำบากจากสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของจิตใจมนุษย์ ทาเดอุช วาแซฟสกี (Tadeusz Ważewski) คือหนึ่งในนักคณิตศาสตร์เหล่านั้น ผู้รอดชีวิตจากค่ายกักกันนาซี และกลับมาสร้างผลงานสำคัญด้านสมการเชิงอนุพันธ์และทฤษฎีเสถียรภาพที่ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของวงการคณิตศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน

ชีวิตช่วงต้นในกาลิเซีย

วาแซฟสกีเกิดเมื่อวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 1896 ที่หมู่บ้าน Wygnanka แคว้นกาลิเซีย จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี (ปัจจุบันอยู่ในประเทศยูเครน) เป็นบุตรของ Stanisław Ważewski และ Anieli Kozłowskich เขาเติบโตขึ้นมาในช่วงเวลาที่ยากลำบากของประวัติศาสตร์โปแลนด์ ซึ่งขณะนั้นถูกแบ่งแยกภายใต้การปกครองของจักรวรรดิต่าง ๆ

หลังจบการศึกษาระดับมัธยมที่โรงยิมเนเซียมแห่งที่ 1 ในเมืองทาร์นุฟในปี ค.ศ. 1914 วาแซฟสกีเข้าศึกษาต่อในคณะปรัชญาที่มหาวิทยาลัยยาเกียลโลเนียน (Jagiellonian University) ในเมืองคราคูฟ โดยเริ่มต้นศึกษาวิชาฟิสิกส์ ก่อนเปลี่ยนมาศึกษาคณิตศาสตร์ภายใต้อิทธิพลของ Stanisław Zaremba ซึ่งต่อมากลายเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเขา อย่างไรก็ตาม การศึกษาของเขาต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากการเกณฑ์ทหาร และเมื่อโปแลนด์ได้รับเอกราชคืนในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1918 เขาก็เข้าร่วมหน่วยลาดตระเวนพลเมืองที่เมืองคราคูฟ

ความยากลำบากในสงครามโลกครั้งที่สอง

ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตของวาแซฟสกีเกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อเขาถูกส่งตัวไปยังค่ายกักกัน Sachsenhausen-Oranienburg ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเบอร์ลิน ซึ่งเป็นค่ายกักกันที่โหดร้ายและมีนักวิชาการโปแลนด์จำนวนมากถูกคุมขังอยู่ วาแซฟสกีสามารถเอาชีวิตรอดจากค่ายกักกันแห่งนี้ได้เป็นเวลาถึงสองปี แม้จะมีเพื่อนร่วมชะตากรรมหลายคนที่ไม่โชคดีเช่นเดียวกับเขา อย่างเช่น A. Hoborski ศาสตราจารย์คณิตศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยยาเกียลโลเนียน ผู้เสียชีวิตในค่ายกักกันแห่งเดียวกันในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1940

หลังรอดชีวิตกลับมา วาแซฟสกีเดินทางกลับสู่เมืองคราคูฟ และเสี่ยงชีวิตของตนเองสอนหนังสือในมหาวิทยาลัยใต้ดิน (underground university) ที่จัดตั้งขึ้นอย่างลับ ๆ เพื่อรักษาการศึกษาระดับสูงของโปแลนด์ไว้ในช่วงที่ประเทศถูกยึดครอง เมื่อกรุงคราคูฟได้รับการปลดปล่อยจากการโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัวของกองทัพโซเวียตในปี ค.ศ. 1945 วาแซฟสกีได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์เต็มตัวที่มหาวิทยาลัยยาเกียลโลเนียน และทุ่มเทความพยายามทั้งหมดในการฟื้นฟูระบบการศึกษาที่ถูกทำลายไปในช่วงสงคราม

ทฤษฎีบทวาแซฟสกีและวิธีการถอยกลับ

ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับวาแซฟสกีมากที่สุดเกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยยาเกียลโลเนียนหลังสงครามโลกครั้งที่สอง โดยเขาได้พัฒนา วิธีการถอยกลับ (retract method) ซึ่งเป็นเทคนิคสำคัญที่ใช้ในการศึกษาพฤติกรรมของคำตอบของสมการเชิงอนุพันธ์สามัญ (ordinary differential equations) โดยไม่จำเป็นต้องหาคำตอบที่ชัดแจ้งของสมการนั้น

โซโลมอน เลฟเชตซ์ นักคณิตศาสตร์อเมริกันผู้มีชื่อเสียง เคยกล่าวไว้ในปี ค.ศ. 1961 ว่า วิธีการถอยกลับของวาแซฟสกีเป็นหนึ่งในการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทฤษฎีสมการเชิงอนุพันธ์สามัญนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1945 เป็นต้นมา

ทฤษฎีบทวาแซฟสกี (Ważewski’s theorem) ซึ่งเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขา ถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางในทฤษฎีเสถียรภาพ (stability theory) โดยช่วยให้นักคณิตศาสตร์สามารถพิสูจน์การมีอยู่ของคำตอบของสมการเชิงอนุพันธ์ที่มีพฤติกรรมตามที่ต้องการ โดยอาศัยแนวคิดทางทอพอโลยีในการวิเคราะห์เซตที่เรียกว่า “เซตหนีออก” (egress set) ทฤษฎีบทนี้กลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่นักคณิตศาสตร์ทั่วโลกใช้ในการศึกษาสมการเชิงอนุพันธ์มาจนถึงปัจจุบัน

ผลงานด้านทฤษฎีการควบคุมและสาขาอื่น ๆ

นอกจากทฤษฎีเสถียรภาพแล้ว วาแซฟสกียังมีผลงานสำคัญในหลายสาขา ทั้งสมการเชิงอนุพันธ์ย่อย ทฤษฎีการควบคุม (control theory) และทฤษฎีปริภูมิวิเคราะห์ (theory of analytic spaces) โดยเฉพาะตั้งแต่ปี ค.ศ. 1960 เป็นต้นมา เขาได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับระบบควบคุม ซึ่งศึกษาสมการเชิงอนุพันธ์ในรูปแบบที่มีตัวแปรควบคุม (control vector) เป็นส่วนประกอบ อันเป็นรากฐานสำคัญของวิศวกรรมระบบควบคุมสมัยใหม่

ตลอดชีวิตการทำงาน วาแซฟสกีตีพิมพ์ผลงานวิจัยมากกว่า 100 ชิ้น และเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ก่อตั้ง สำนักคราคูฟด้านสมการเชิงอนุพันธ์ (Kraków School of Differential Equations) ซึ่งผลิตนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงหลายคน อาทิ Stanisław Łojasiewicz, Czesław Olech, Andrzej Pliś และ Zofia Szmydt

บทบาทในการฟื้นฟูวงการคณิตศาสตร์โปแลนด์

นอกเหนือจากงานวิจัย วาแซฟสกียังมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูสถาบันคณิตศาสตร์ของโปแลนด์หลังสงคราม โดยเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง State Institute of Mathematics ซึ่งภายหลังถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันคณิตศาสตร์แห่งราชบัณฑิตยสถานวิทยาศาสตร์โปแลนด์ (Institute of Mathematics of the Polish Academy of Sciences) ในปี ค.ศ. 1952 และเขายังเป็นสมาชิกของราชบัณฑิตยสถานวิทยาศาสตร์โปแลนด์อีกด้วย

The final stage of life and the legacy left behind

ทาเดอุช วาแซฟสกีเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 กันยายน ค.ศ. 1972 ที่เมือง Rabka-Zdrój ประเทศโปแลนด์ ขณะอายุ 75 ปี ในคำไว้อาลัยที่เขียนโดยลูกศิษย์ของเขา Czesław Olech, Jacek Szarski และ Zofia Szmydt ได้บรรยายถึงขอบเขตอันกว้างขวางของปัญหาที่เขาศึกษา และความสามารถอันโดดเด่นในการนำเสนอปัญหาใหม่ ๆ ที่ทันสมัยอยู่เสมอ

เรื่องราวชีวิตของวาแซฟสกีเป็นเครื่องเตือนใจถึงพลังแห่งความมุ่งมั่นของมนุษย์ ที่แม้จะต้องเผชิญกับความโหดร้ายของสงครามและการถูกกักขังในค่ายกักกัน แต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งจิตใจที่แสวงหาความรู้และความจริงทางคณิตศาสตร์ได้ ผลงานและวิธีการที่เขาทิ้งไว้ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของทฤษฎีสมการเชิงอนุพันธ์และทฤษฎีเสถียรภาพมาจนถึงทุกวันนี้