Article

แฮสเคลล์ เคอร์รี: บิดาแห่งตรรกศาสตร์เชิงผสมผู้ให้กำเนิดภาษาโปรแกรมมิ่งฮาสเคลล์

Article by

44
Share this article.

แฮสเคลล์ เคอร์รี: บิดาแห่งตรรกศาสตร์เชิงผสมผู้ให้กำเนิดภาษาโปรแกรมมิ่งฮาสเคลล์

หากคุณเคยได้ยินชื่อภาษาโปรแกรมมิ่ง Haskell หรือเคยเจอคำว่า “currying” ในวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ เบื้องหลังชื่อเหล่านี้คือนักคณิตศาสตร์และนักตรรกวิทยาคนหนึ่งที่ชื่อ แฮสเคลล์ เคอร์รี (Haskell Curry) ผู้บุกเบิก ตรรกศาสตร์เชิงผสม (combinatory logic) ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของวิทยาการคอมพิวเตอร์เชิงทฤษฎีและภาษาโปรแกรมมิ่งเชิงฟังก์ชันสมัยใหม่

ชีวิตช่วงต้นในแมสซาชูเซตส์

เคอร์รีเกิดเมื่อวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 1900 ที่เมืองมิลลิส รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี ค.ศ. 1920 จากนั้นได้รับปริญญาโท (A.M.) จากสถาบันเดียวกันในปี ค.ศ. 1924 และเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเกิททิงเงน ประเทศเยอรมนี ภายใต้การดูแลของ เดวิด ฮิลแบร์ท (David Hilbert) นักคณิตศาสตร์ระดับตำนาน จนสำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ. 1929

กำเนิดตรรกศาสตร์เชิงผสม

ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับเคอร์รีมากที่สุดคือการพัฒนา ตรรกศาสตร์เชิงผสม (combinatory logic) ซึ่งเป็นระบบตรรกศาสตร์ที่กำจัดความจำเป็นในการใช้ตัวแปรออกไป โดยใช้ฟังก์ชันพื้นฐานที่เรียกว่า “combinators” แทน แนวคิดเริ่มต้นของตรรกศาสตร์เชิงผสมมีที่มาจากบทความของ โมเสส เชินฟิงเคิล (Moses Schönfinkel) แต่เคอร์รีเป็นผู้พัฒนาแนวคิดนี้ขึ้นมาอย่างจริงจังและครอบคลุมที่สุด

ตรรกศาสตร์เชิงผสมกลายเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิดที่เรียกว่า แคลคูลัสแลมบ์ดา (lambda calculus) และมีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อการพัฒนาภาษาโปรแกรมมิ่งเชิงฟังก์ชัน (functional programming languages) ในเวลาต่อมา ผลงานสำคัญของเขาในเรื่องนี้ถูกรวบรวมไว้ในหนังสือ Combinatory Logic ซึ่งตีพิมพ์ร่วมกับ Robert Feys ในปี ค.ศ. 1958

Currying: แนวคิดที่ตั้งชื่อตามเขา

แนวคิดที่ทำให้ชื่อของเคอร์รีเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางที่สุดในวงการวิทยาการคอมพิวเตอร์ปัจจุบันคือ currying ซึ่งเป็นเทคนิคทางคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ใช้แปลงฟังก์ชันที่รับอาร์กิวเมนต์หลายตัวให้กลายเป็นลำดับของฟังก์ชันที่รับอาร์กิวเมนต์เพียงตัวเดียวแต่ละครั้ง เทคนิคนี้เป็นหัวใจสำคัญของภาษาโปรแกรมมิ่งเชิงฟังก์ชันสมัยใหม่หลายภาษา และมีบทบาทสำคัญในทฤษฎีประเภท (type theory)

นอกจากนี้เคอร์รียังเป็นที่รู้จักจาก ข้อขัดแย้งของเคอร์รี (Curry’s paradox) ซึ่งเป็นข้อขัดแย้งทางตรรกศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาในระบบตรรกศาสตร์บางระบบ และ ความสมนัยเคอร์รี-โฮเวิร์ด (Curry–Howard correspondence) ซึ่งเป็นการค้นพบความเชื่อมโยงอันลึกซึ้งระหว่างการพิสูจน์ในตรรกศาสตร์กับประเภทข้อมูล (types) ในภาษาโปรแกรมมิ่ง ความสมนัยนี้กลายเป็นหนึ่งในแนวคิดพื้นฐานที่สุดในวิทยาการคอมพิวเตอร์เชิงทฤษฎีสมัยใหม่ เชื่อมโยงตรรกศาสตร์เชิงรูปนัยเข้ากับทฤษฎีการคำนวณอย่างงดงาม

เส้นทางวิชาการที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐเพนซิลเวเนีย

เคอร์รีทำงานที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี ค.ศ. 1926–1927 และมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันในปี ค.ศ. 1927–1928 ก่อนได้รับตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐเพนซิลเวเนีย (Pennsylvania State University) ในปี ค.ศ. 1929 ซึ่งเขาทำงานอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานกว่า 35 ปี

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เคอร์รีทำงานเป็นนักคณิตศาสตร์ที่ Frankford Arsenal และเป็นนักวิจัยที่ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ (applied physics laboratory) ของมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ เพื่อสนับสนุนความพยายามในการทำสงคราม

ในปี ค.ศ. 1966 เคอร์รีย้ายไปดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเขามีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่แนวคิดตรรกศาสตร์เชิงผสมให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นในยุโรป

ผลงานตำราสำคัญ

นอกจากหนังสือ Combinatory Logic แล้ว เคอร์รียังเขียนตำราสำคัญอีกหลายเล่ม โดยเฉพาะ Foundations of Mathematical Logic ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1963 กลายเป็นตำราระดับบัณฑิตศึกษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในวิชาตรรกศาสตร์เชิงคณิตศาสตร์ นอกจากนี้เขายังมีผลงานเกี่ยวกับปรัชญาของคณิตศาสตร์ในแนวทาง formalism อีกด้วย

เคอร์รียังเป็นที่รู้จักจากการค้นพบ Y combinator ซึ่งเป็นฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างการเรียกซ้ำ (recursion) ในภาษาโปรแกรมมิ่งเชิงฟังก์ชัน แนวคิดนี้ยังคงเป็นเครื่องมือพื้นฐานสำคัญในทฤษฎีการคำนวณมาจนถึงปัจจุบัน

มรดกที่ทิ้งไว้ผ่านชื่อภาษาโปรแกรมมิ่ง

ชื่อของเคอร์รีถูกนำไปตั้งเป็นชื่อภาษาโปรแกรมมิ่งถึงสามภาษา ได้แก่ ภาษา Haskell ซึ่งเป็นภาษาโปรแกรมมิ่งเชิงฟังก์ชันที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมอย่างมากในวงการวิชาการและอุตสาหกรรม ภาษา Brook และภาษา Curry ซึ่งทั้งหมดล้วนสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลอันลึกซึ้งของแนวคิดตรรกศาสตร์เชิงผสมที่เขาพัฒนาขึ้นที่มีต่อวงการวิทยาการคอมพิวเตอร์สมัยใหม่

แม้ในช่วงชีวิตของเคอร์รี ผลงานของเขามักไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควรจะเป็น แต่ในเวลาต่อมาแนวคิดของเขากลับได้รับการยอมรับและมีอิทธิพลอย่างกว้างขวางมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวงการวิทยาการคอมพิวเตอร์เริ่มพัฒนาภาษาโปรแกรมมิ่งเชิงฟังก์ชันอย่างจริงจังในช่วงปลายศตวรรษที่ 20

The final stage of life and the legacy left behind

แฮสเคลล์ เคอร์รีเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1982 ที่เมืองสเตทคอลเลจ รัฐเพนซิลเวเนีย ขณะอายุ 81 ปี ตลอดชีวิตการทำงาน เขาได้วางรากฐานสำคัญให้กับตรรกศาสตร์เชิงผสมและทฤษฎีระบบรูปนัย (formal systems) ซึ่งกลายเป็นเสาหลักสำคัญของวิทยาการคอมพิวเตอร์เชิงทฤษฎีสมัยใหม่

ปัจจุบันสมาคม European Association for Programming Languages and Systems (EAPLS) ได้จัดตั้งรางวัล Haskell Curry Award เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา และแนวคิดที่เขาพัฒนาขึ้น ทั้ง currying, ตรรกศาสตร์เชิงผสม และความสมนัยเคอร์รี-โฮเวิร์ด ยังคงเป็นรากฐานสำคัญที่นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และนักตรรกวิทยาทั่วโลกศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้อยู่ทุกวันนี้ สะท้อนให้เห็นว่าความคิดที่ล้ำสมัยเกินยุคสมัยของตนบางครั้งก็ต้องรอเวลาหลายทศวรรษกว่าโลกจะตามทันและตระหนักถึงคุณค่าที่แท้จริงของมัน