Article

คอนสตันติน คาราธีโอโดรี: นักคณิตศาสตร์กรีกผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยุคโบราณ

Article by

74
Share this article.

คอนสตันติน คาราธีโอโดรี: นักคณิตศาสตร์กรีกผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยุคโบราณ

ในบรรดานักคณิตศาสตร์กรีกทั้งหมดตลอดประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ยุคของยูคลิดและอาร์คิมิดีส มีเพียงไม่กี่คนที่ได้รับการยกย่องว่าเทียบเคียงได้กับความยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษเหล่านั้น คอนสตันติน คาราธีโอโดรี (Constantin Carathéodory) คือหนึ่งในนั้น เขาได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นนักคณิตศาสตร์กรีกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยุคโบราณ แม้จะใช้ชีวิตและทำงานส่วนใหญ่อยู่ในประเทศเยอรมนีก็ตาม

ชีวิตช่วงต้นในครอบครัวนักการทูต

คาราธีโอโดรีเกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 1873 ที่กรุงเบอร์ลิน จักรวรรดิเยอรมัน โดยมีพ่อแม่เป็นชาวกรีก บิดาของเขาคือ Stephanos Carathéodory นักกฎหมายเชื้อสายกรีกจากกรุงคอนสแตนติโนเปิล ผู้ดำรงตำแหน่งนักการทูตของจักรวรรดิออตโตมัน และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1875 ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำกรุงบรัสเซลส์ ซึ่งเป็นเมืองที่คอนสแตนตินเติบโตขึ้นมา ครอบครัวคาราธีโอโดรีมีประเพณีทางการทูตมายาวนาน โดยปู่ของเขา Constantinos Caratheodory เคยเป็นแพทย์ประจำตัวของสุลต่านและเป็นอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงที่ Imperial School of Medicine ในกรุงคอนสแตนติโนเปิล

มารดาของเขาคือ Despina นามสกุลเดิม Petrokokkinos มาจากเกาะคีออส แต่เสียชีวิตด้วยโรคปอดบวมในปี ค.ศ. 1879 เมื่อคาราธีโอโดรียังเด็กมาก ทำให้เขาถูกเลี้ยงดูโดยยายฝ่ายมารดา เขาเติบโตขึ้นมาโดยพูดได้หลายภาษา ทั้งกรีก ฝรั่งเศส เยอรมัน ตุรกี และอังกฤษ

ในปี ค.ศ. 1886 คาราธีโอโดรีเข้าเรียนที่โรงเรียน Athénée Royal d’Ixelles และสำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ. 1891 โดยระหว่างนั้นเขาชนะรางวัลชนะเลิศการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับชาติของเบลเยียม (Concours généraux) ถึงสองครั้ง

จากวิศวกรสู่นักคณิตศาสตร์

หลังสำเร็จการศึกษาระดับมัธยม คาราธีโอโดรีศึกษาต่อด้านวิศวกรรมโยธาที่ Royal Military Academy of Belgium ระหว่างปี ค.ศ. 1891–1895 และฝึกฝนเป็นวิศวกรทหาร ในปี ค.ศ. 1897 เมื่อสงครามระหว่างจักรวรรดิออตโตมันและกรีซปะทุขึ้น เขาได้รับข้อเสนองานจากหน่วยงานอาณานิคมอังกฤษ (British colonial service) และทำงานเป็นวิศวกรผู้ช่วยในโครงการเขื่อนอัสยูฏ (Asyūṭ Dam) ที่ประเทศอียิปต์

ระหว่างทำงานที่อียิปต์นี้เอง คาราธีโอโดรีเริ่มศึกษาคณิตศาสตร์อย่างจริงจังด้วยตนเอง จนในปี ค.ศ. 1900 เขาตัดสินใจลาออกจากหน่วยงานอาณานิคมและเดินทางไปศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษาด้านคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเบอร์ลิน ก่อนย้ายไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเกิททิงเงนในปี ค.ศ. 1902 และได้รับปริญญาเอกในปี ค.ศ. 1904 ภายใต้การดูแลของ แฮร์มันน์ มิงคอฟสกี (Hermann Minkowski) นักคณิตศาสตร์ผู้มีชื่อเสียง

ทฤษฎีการวัดและเกณฑ์คาราธีโอโดรี

ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับคาราธีโอโดรีมากที่สุดในวงการทฤษฎีการวัด (measure theory) คือ เกณฑ์คาราธีโอโดรี (Carathéodory’s criterion) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่ใช้นิยามว่าเซตหนึ่ง ๆ วัดได้แบบเลอเบก (Lebesgue measurable) หรือไม่ เกณฑ์นี้อธิบายในรูปของการแบ่งเซตใด ๆ ในปริภูมิ โดยพิจารณาว่าเซตที่กำหนดสามารถ “แบ่ง” เซตอื่น ๆ ได้อย่างเหมาะสมตามหลักการวัดภายนอก (outer measure) หรือไม่

นอกจากนี้เขายังพัฒนา ทฤษฎีทั่วไปของการวัดภายนอก (general theory of outer measures) ซึ่งกลายเป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานที่นักคณิตศาสตร์ทั่วโลกใช้ในการสร้างทฤษฎีการวัดในบริบทต่าง ๆ และ ทฤษฎีบทส่วนขยายคาราธีโอโดรี (Carathéodory extension theorem) ซึ่งรับประกันการขยายฟังก์ชันการวัดจากพีชคณิต (algebra) ไปสู่ซิกม่าพีชคณิต (σ-algebra) เป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างยิ่งในทฤษฎีความน่าจะเป็นสมัยใหม่

ผลงานด้านแคลคูลัสของการแปรผันและการส่งคอนฟอร์มัล

นอกเหนือจากทฤษฎีการวัดแล้ว คาราธีโอโดรียังมีผลงานสำคัญด้าน แคลคูลัสของการแปรผัน (calculus of variations) โดยเฉพาะการค้นพบความสัมพันธ์สำคัญระหว่างสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยอันดับหนึ่งกับแคลคูลัสของการแปรผัน ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการศึกษาปัญหาการหาค่าเหมาะที่สุด (optimization) ในเวลาต่อมา

ในสาขาทฤษฎีฟังก์ชันตัวแปรเชิงซ้อน คาราธีโอโดรีมีผลงานสำคัญเกี่ยวกับ การส่งคอนฟอร์มัล (conformal mapping) ซึ่งเป็นการศึกษาการแปลงที่รักษามุมระหว่างเส้นโค้งไว้ ผลงานของเขาในเรื่องนี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาทฤษฎีฟังก์ชันเชิงซ้อนสมัยใหม่ นอกจากนี้ยังมี ทฤษฎีบทโบเรล-คาราธีโอโดรี (Borel–Carathéodory theorem) ซึ่งพัฒนาร่วมกับ เอมีล โบเรล (Émile Borel) และผลงานด้านเรขาคณิตนูน (convex analysis) อีกด้วย

คาราธีโอโดรียังมีผลงานนอกเหนือจากคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ โดยเฉพาะการสร้างสัจพจน์ทางอุณหพลศาสตร์ (axiomatic formulation of thermodynamics) ซึ่งเป็นการนำเสนอทฤษฎีอุณหพลศาสตร์ในรูปแบบที่เข้มงวดทางคณิตศาสตร์มากขึ้น

ผู้บุกเบิกการก่อตั้งมหาวิทยาลัยที่สมิร์นา

หลังทำงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยฮันโนเวอร์ เบรสเลา เกิททิงเงน และเบอร์ลินตามลำดับ ในปี ค.ศ. 1920 คาราธีโอโดรีได้รับข้อเสนอให้ไปช่วยวางแผนก่อตั้งมหาวิทยาลัยไอโอเนียนแห่งสมิร์นา (Ionian University of Smyrna) ในภูมิภาคอานาโตเลีย ซึ่งรัฐบาลกรีซกำลังดำเนินการจัดตั้งขึ้นในขณะนั้น เขาทุ่มเทอย่างมากในการวางรากฐานสถาบันการศึกษาระดับสูงแห่งใหม่นี้ให้กับชุมชนชาวกรีกในอานาโตเลีย

น่าเศร้าที่เมื่อกองทัพตุรกีเข้าทำลายเมืองสมิร์นาในปี ค.ศ. 1922 ในเหตุการณ์ที่รู้จักกันในชื่อภัยพิบัติสมิร์นา คาราธีโอโดรีต้องเผชิญกับสถานการณ์อันเลวร้าย แต่เขาก็สามารถช่วยรักษาห้องสมุดของมหาวิทยาลัยไว้ได้สำเร็จ และย้ายไปไว้ที่มหาวิทยาลัยเอเธนส์ ซึ่งเขาทำการสอนอยู่ที่นั่นจนถึงปี ค.ศ. 1924 เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเขาในการอนุรักษ์มรดกทางการศึกษาของกรีซ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุด

บั้นปลายชีวิตที่มิวนิก

หลังเหตุการณ์ที่สมิร์นา คาราธีโอโดรีเดินทางกลับไปยังประเทศเยอรมนี และได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยมิวนิก (LMU Munich) ซึ่งเขาทำงานอยู่ที่นั่นตลอดช่วงที่เหลือของอาชีพการงาน ตลอดชีวิตการทำงาน เขามีลูกศิษย์ปริญญาเอกที่มีชื่อเสียงหลายคน อาทิ พอล ฟินสเลอร์ (Paul Finsler), ฮันส์ ราเดมาเคอร์ (Hans Rademacher) และนักคณิตศาสตร์อีกหลายคนจากหลากหลายประเทศ

The final stage of life and the legacy left behind

คอนสตันติน คาราธีโอโดรีเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1950 ที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ขณะอายุ 76 ปี ในปี ค.ศ. 2002 มหาวิทยาลัยมิวนิกได้ตั้งชื่อห้องบรรยายขนาดใหญ่ที่สุดห้องหนึ่งของสถาบันคณิตศาสตร์ว่า Constantin-Carathéodory Lecture Hall เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา และในปี ค.ศ. 2009 พิพิธภัณฑ์ “Karatheodoris” ก็ได้เปิดตัวขึ้นที่เมืองโคโมตินี ประเทศกรีซ เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของเขา

ตลอดชีวิตการทำงาน คาราธีโอโดรีได้สร้างมรดกทางคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ ครอบคลุมทั้งทฤษฎีการวัด แคลคูลัสของการแปรผัน และทฤษฎีฟังก์ชันเชิงซ้อน ผลงานเหล่านี้ยังคงเป็นเครื่องมือพื้นฐานสำคัญที่นักคณิตศาสตร์ทั่วโลกใช้งานมาจนถึงทุกวันนี้ และยืนยันถึงตำแหน่งของเขาในฐานะหนึ่งในนักคณิตศาสตร์กรีกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยุคของยูคลิดและอาร์คิมิดีส