บทความ

Johann Bernoulli: ผู้บุกเบิกแคลคูลัสผู้จุดชนวนโจทย์ Brachistochrone อันโด่งดัง

บทความโดย

39
แชร์บทความนี้

Johann Bernoulli: ผู้บุกเบิกแคลคูลัสผู้จุดชนวนโจทย์ Brachistochrone อันโด่งดัง

ในบรรดาสมาชิกตระกูล Bernoulli นักคณิตศาสตร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของยุโรป Johann Bernoulli ถือเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทสำคัญที่สุด เขาคือหนึ่งในผู้บุกเบิกแคลคูลัสยุคแรกร่วมกับ Gottfried Wilhelm Leibniz และเป็นผู้จุดประกายให้เกิดสาขาแคลคูลัสของการแปรผัน (calculus of variations) ผ่านโจทย์ปัญหาที่โด่งดังอย่าง Brachistochrone problem แต่ชีวิตของเขาก็เต็มไปด้วยความขัดแย้งและข้อถกเถียงทางประวัติศาสตร์ไม่น้อยไปกว่าผลงานอันยิ่งใหญ่

บุตรชายคนที่สิบผู้ปฏิเสธธุรกิจครอบครัว

Johann Bernoulli เกิดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1667 (ตามปฏิทินเก่า หรือ 6 สิงหาคม ตามปฏิทินใหม่) ที่เมือง Basel ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นบุตรคนที่สิบของ Nicolaus และ Margaretha Bernoulli ครอบครัวของเขามีเชื้อสายมาจากเมือง Antwerp ประเทศเบลเยียม ที่ต้องหลบหนีการกดขี่ทางศาสนาจากฝ่ายคาทอลิก ก่อนจะมาตั้งรกรากที่เมือง Basel บิดาของเขาเป็นพ่อค้าเครื่องเทศและข้าราชการท้องถิ่นที่ต้องการให้บุตรชายสืบทอดธุรกิจครอบครัว แต่ Johann กลับล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในฐานะลูกมือฝึกงานด้านการค้า

ในปี ค.ศ. 1683 เขาได้รับอนุญาตให้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัย Basel ซึ่ง Jacob Bernoulli พี่ชายของเขาที่มีอายุห่างกันถึง 12 ปี ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์คณิตศาสตร์อยู่แล้ว แม้บิดาจะยินยอมให้เขาเรียนแพทย์แทนธุรกิจครอบครัว แต่ Johann กลับหลงใหลในคณิตศาสตร์อย่างลึกซึ้ง โดยได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการเห็นพี่ชายของตนเองเดินตามเส้นทางคณิตศาสตร์ทั้งที่ครอบครัวคัดค้าน เขาสำเร็จปริญญาทางการแพทย์ในปี ค.ศ. 1694 แต่สุดท้ายก็อุทิศชีวิตทั้งหมดให้กับแคลคูลัสแขนงใหม่ที่กำลังปฏิวัติวงการคณิตศาสตร์อยู่ในขณะนั้น

ผู้บุกเบิกแคลคูลัสและข้อพิพาทกับ L’Hôpital

Johann เรียนรู้แคลคูลัสของ Leibniz ผ่านการติดต่อกับ Jacob พี่ชายของตนเอง และกลายเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนที่แข็งขันที่สุดของ Leibniz ในข้อพิพาทเรื่องผู้คิดค้นแคลคูลัสกับ Isaac Newton ในปี ค.ศ. 1691 ระหว่างการเดินทางไปกรุงปารีส เขาได้พบกับ Guillaume de l’Hôpital นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ผู้ชักชวนให้ Johann สอนแคลคูลัสให้ตนเองโดยแลกกับค่าตอบแทน ทั้งสองติดต่อกันผ่านจดหมายอย่างต่อเนื่องในเวลาต่อมา

จุดที่สร้างความขัดแย้งครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ l’Hôpital ตีพิมพ์ตำราเรียนเล่มแรกด้านแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์ในชื่อ Analyse des Infiniment Petits ในปี ค.ศ. 1696 ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่มาจากบันทึกและจดหมายของ Johann แต่ l’Hôpital กลับอ้างว่าเป็นผลงานต้นฉบับของตนเอง หนึ่งในเนื้อหาสำคัญของตำราเล่มนี้คือกฎที่ใช้หาลิมิตของฟังก์ชันในรูปแบบยังไม่กำหนด (indeterminate forms) ซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ L’Hôpital’s rule แม้ในตำราต้นฉบับ l’Hôpital จะยอมรับในคำนำว่าได้อาศัยผลงานของทั้ง Leibniz และพี่น้อง Bernoulli อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ให้เครดิตอย่างชัดเจนพอ ทำให้เกิดข้อถกเถียงทางประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบันว่าแท้จริงแล้วใครควรได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้คิดค้นกฎนี้อย่างแท้จริง ความบาดหมางนี้ทำให้มิตรภาพระหว่างทั้งสองจบลงอย่างไม่สวยงาม

Brachistochrone Problem: จุดกำเนิดของแคลคูลัสการแปรผัน

ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Johann มากที่สุดชิ้นหนึ่งคือการเสนอโจทย์ Brachistochrone problem ในปี ค.ศ. 1696 ซึ่งตั้งคำถามว่าเส้นทางแบบใดที่จะทำให้ลูกบอลกลิ้งจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งภายใต้แรงโน้มถ่วงได้เร็วที่สุด โจทย์นี้ดูเหมือนง่ายแต่กลับซ่อนความซับซ้อนทางคณิตศาสตร์ไว้อย่างลึกซึ้ง เพราะคำตอบไม่ใช่เส้นตรงอย่างที่คาดหวัง แต่เป็นเส้นโค้งไซโคลอยด์ (cycloid) ที่ผ่านการคำนวณอย่างพิถีพิถัน

โจทย์นี้ท้าทายนักคณิตศาสตร์ชั้นนำในยุคนั้นให้ร่วมกันหาคำตอบ ทั้ง Newton, Leibniz, l’Hôpital และ Jacob Bernoulli พี่ชายของเขาเอง ล้วนสามารถแก้โจทย์นี้ได้สำเร็จด้วยวิธีที่แตกต่างกัน กระบวนการแก้ปัญหานี้เองที่กลายเป็นจุดกำเนิดสำคัญของสาขาใหม่ในคณิตศาสตร์ที่เรียกว่า แคลคูลัสของการแปรผัน (calculus of variations) ซึ่งศึกษาการหาค่าเหมาะที่สุดของฟังก์ชันที่ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันอื่น แทนที่จะเป็นเพียงตัวแปรตัวเลข สาขานี้ต่อมากลายเป็นเครื่องมือพื้นฐานสำคัญในฟิสิกส์เชิงทฤษฎี วิศวกรรม และเศรษฐศาสตร์

จาก Groningen สู่การสืบทอดตำแหน่งจากพี่ชาย

Johann สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัย Groningen ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระหว่างปี ค.ศ. 1695-1705 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายทั้งทางวิชาการและส่วนตัว ก่อนจะเดินทางกลับมาที่ Basel หลังจากพี่ชาย Jacob เสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1705 และสืบทอดตำแหน่งศาสตราจารย์คณิตศาสตร์ต่อจากพี่ชายของตนเอง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ยืนยันสถานะของเขาในฐานะนักคณิตศาสตร์ชั้นนำของยุโรปอย่างมั่นคง

น่าสนใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องทั้งสองไม่ได้ราบรื่นนัก แม้ Jacob จะเป็นผู้สอนแคลคูลัสให้ Johann ในช่วงแรก แต่ทั้งคู่กลับกลายเป็นคู่แข่งทางวิชาการที่ดุเดือดในเวลาต่อมา จนเกิดข้อพิพาททางคณิตศาสตร์หลายครั้งระหว่างสองพี่น้อง ซึ่งเป็นภาพสะท้อนบุคลิกที่ขัดแย้งในตัวเองของ Johann ที่ทั้งเก่งกาจและมีปัญหาความสัมพันธ์กับคนรอบข้างไปพร้อมกัน

ครูของ Leonhard Euler

นอกเหนือจากผลงานวิจัยของตนเอง Johann Bernoulli ยังมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในฐานะครู โดยเฉพาะการสอน Leonhard Euler นักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยังเป็นเด็กหนุ่ม ซึ่งต่อมา Euler ได้กลายเป็นผู้สืบทอดมรดกทางความคิดของสำนักคณิตศาสตร์ Bernoulli อย่างเต็มตัว นอกจากนี้เขายังสอนบุตรชายของตนเองทั้งสามคน ได้แก่ Daniel, Nicolaus II และ Johann II Bernoulli ให้กลายเป็นนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงต่อไป รวมถึงมีลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงอีกหลายคน เช่น Pierre Louis Maupertuis

มรดกที่ยังคงเป็นรากฐานสำคัญ

Johann Bernoulli เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1748 ที่เมือง Basel ด้วยวัย 80 ปี ผลงานของเขาครอบคลุมทั้งการสะท้อนและการหักเหของแสง วิถีตั้งฉาก (orthogonal trajectories) ของตระกูลเส้นโค้ง การหาพื้นที่ด้วยอนุกรม และปัญหา isochrone และ tautochrone แม้ชีวิตของเขาจะเต็มไปด้วยความขัดแย้งทั้งกับ l’Hôpital และพี่ชายของตนเอง แต่ผลงานทางคณิตศาสตร์ของเขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการพัฒนาแคลคูลัสในยุคบุกเบิก ทั้งการสอนปัญหาโจทย์ที่นำไปสู่แคลคูลัสของการแปรผัน และการปลูกฝังความรู้ให้กับนักคณิตศาสตร์รุ่นต่อไปอย่าง Euler ซึ่งล้วนเป็นมรดกที่ยังคงส่งอิทธิพลต่อวงการคณิตศาสตร์มาจนถึงทุกวันนี้