Ralph Boas: นักคณิตศาสตร์ผู้เชื่อว่าคณิตศาสตร์ควรสนุก และบรรณาธิการผู้คัดสรรความรู้ให้โลก
หากพูดถึงนักคณิตศาสตร์ที่มีอิทธิพลต่อวงการไม่ใช่แค่จากงานวิจัยของตัวเอง แต่จากบทบาทเบื้องหลังในการดูแลคุณภาพความรู้ทางคณิตศาสตร์ทั้งวงการ Ralph Philip Boas Jr. คือหนึ่งในชื่อที่โดดเด่นที่สุด เขาเกิดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1912 ที่เมือง Walla Walla รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา และเติบโตขึ้นมาเป็นทั้งนักวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ชั้นนำ นักเขียนตำรา และบรรณาธิการผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์วารสารคณิตศาสตร์
เด็กที่เรียนจบมัธยมตอนอายุ 15
Boas เป็นบุตรของศาสตราจารย์ด้านภาษาอังกฤษที่ Whitman College ครอบครัวของเขาย้ายที่อยู่บ่อยครั้งตามหน้าที่การงานของบิดา เขาเรียนที่บ้านจนถึงอายุ 8 ปี ก่อนจะเข้าเรียนในระบบโรงเรียนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 6 และด้วยความเฉลียวฉลาดที่โดดเด่น เขาสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายตั้งแต่อายุเพียง 15 ปี หลังจากใช้เวลาหนึ่งปีเข้าฟังบรรยายที่ Mount Holyoke College ซึ่งบิดาของเขาสอนอยู่ Boas ก็เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยตั้งใจแรกจะเรียนเคมีเพื่อไปทางการแพทย์ แต่สุดท้ายกลับหลงใหลในคณิตศาสตร์แทน เขาสำเร็จปริญญาตรีในปี 1933 และปริญญาเอกในปี 1937 ภายใต้การดูแลของ David Widder
ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์เชิงซ้อนและอนุกรมฟูริเยร์
งานวิจัยของ Boas มุ่งเน้นไปที่ การวิเคราะห์เชิงจริงและเชิงซ้อน (real and complex analysis) โดยเฉพาะเรื่องอนุกรมฟูริเยร์ (Fourier series) ปัญหาโมเมนต์ (moment problems) และทฤษฎีบทเชิง Tauberian เขาตีพิมพ์งานวิจัยกว่า 200 ชิ้นตลอดชีวิตการทำงาน และเป็นที่จดจำเป็นพิเศษจากตำราที่เขียนได้อย่างกระจ่างชัด เช่น “Entire Functions” (1954) และ “A Primer of Real Functions” (1960) ซึ่งยังคงถูกใช้สอนในห้องเรียนมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้เขายังร่วมเขียนหนังสือ “Polynomial Expansions of Analytic Functions” กับ R. C. Buck และตำราแนะนำการวิเคราะห์เชิงซ้อนสำหรับผู้เริ่มต้น “Invitation to Complex Analysis” ในปี 1987
หลังสำเร็จการศึกษา Boas ได้รับทุนวิจัยแห่งชาติสองปีที่พาเขาไปทำงานกับ Salomon Bochner ที่พรินซ์ตัน ก่อนจะสอนที่มหาวิทยาลัย Duke ในช่วงปี 1939-1942 จากนั้นจึงย้ายไปสอนที่โรงเรียนการบินของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในช่วงสงคราม แล้วกลับมาที่ฮาร์วาร์ดและ MIT ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัย Northwestern ในปี 1950 โดยดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาคณิตศาสตร์ที่นั่นระหว่างปี 1957-1972
บรรณาธิการผู้เฝ้าประตูคุณภาพงานวิจัยคณิตศาสตร์โลก
นอกเหนือจากงานวิจัยและการสอน บทบาทที่ทำให้ชื่อของ Boas เป็นที่รู้จักไปทั่ววงการคณิตศาสตร์คือการดำรงตำแหน่ง บรรณาธิการวารสาร Mathematical Reviews วารสารที่รวบรวมและวิจารณ์งานวิจัยคณิตศาสตร์ใหม่ ๆ จากทั่วโลก ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญที่นักคณิตศาสตร์ทุกคนต้องพึ่งพาในการติดตามความก้าวหน้าของสาขาต่าง ๆ เขายังเคยดำรงตำแหน่งประธานสมาคมคณิตศาสตร์แห่งอเมริกา (Mathematical Association of America) ในช่วงปี 1973-1974 อีกด้วย
สิ่งที่ทำให้ Boas เป็นที่รักในหมู่เพื่อนร่วมวงการไม่ใช่แค่ความเชี่ยวชาญทางวิชาการ แต่คืออารมณ์ขันที่เขาสอดแทรกอยู่เสมอ ทั้งในบทกวี เรื่องเล่า และข้อคิดที่เขาทิ้งไว้ เช่นประโยคที่ว่าคนทั่วไปเรียนรู้จากคำอธิบายมากกว่าบทพิสูจน์ หรือคำแนะนำติดตลกเรื่องการสอนแนวคิดใหม่ ๆ ให้เด็กด้วยการยกตัวอย่างซ้ำ ๆ แทนการนิยามที่ซับซ้อน
Ralph Boas เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 ที่เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน ทิ้งมรดกทั้งในฐานะนักวิจัย นักเขียนตำรา และผู้พิทักษ์คุณภาพความรู้ทางคณิตศาสตร์ที่ยังคงส่งอิทธิพลต่อวงการมาจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันห้องสมุดคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Northwestern ก็ยังคงใช้ชื่อของเขาเพื่อเป็นเกียรติ




