รำลึกถึง Giuseppe Veronese ผู้บุกเบิกเรขาคณิตของปริภูมิหลายมิติ
Giuseppe Veronese คือนักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลีผู้บุกเบิกเรขาคณิตเชิงภาพฉายของปริภูมิ n มิติ และเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดคอนตินิวอัมแบบไม่อาร์คิมีดีสที่ล้ำหน้ากว่ายุคสมัยของตนเองไปมาก ในโอกาสนี้ เราขอย้อนรำลึกถึงชีวิตของนักคิดผู้ซึ่งลุกขึ้นมาจากความยากจนของหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ สู่การเป็นหนึ่งในผู้วางรากฐานสำคัญของเรขาคณิตสมัยใหม่
การจากไปอย่างกะทันหัน 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1917
Giuseppe Veronese เสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยอาการหัวใจวายที่เมือง Padua เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1917 ขณะยังคงดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านเรขาคณิตที่มหาวิทยาลัย Padua ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขายึดถือมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1881 จวบจนวาระสุดท้าย ผู้ที่รู้จักเขาต่างบรรยายว่าเขาเป็นคนตรงไปตรงมาและเรียบง่าย เปิดใจรับฟังการโต้แย้งทางวิชาการเสมอ พร้อมตอบโต้ข้อวิพากษ์วิจารณ์ทุกข้อเป็นประเด็นๆ ไปอย่างมีเหตุผล
การจากไปของเขาถือเป็นการปิดฉากชีวิตของนักวิชาการผู้หนึ่งที่แม้จะเผชิญกับข้อโต้แย้งทางวิชาการอย่างดุเดือดตลอดชีวิต แต่ผลงานของเขากลับได้รับการยอมรับและเห็นคุณค่ามากขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาต่อมา
วัยเด็กที่ยากลำบากในเมือง Chioggia
Giuseppe Veronese เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1854 ที่เมือง Chioggia หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ใกล้เมือง Venice บิดาของเขาเป็นช่างทาสีบ้าน ส่วนมารดาชื่อ Ottavia Duse ซึ่งเป็นญาติกับ Eleonora Duse นักแสดงหญิงชื่อดังของอิตาลี ครอบครัวของเขามีฐานะยากจนจนไม่สามารถส่งเสียให้เขาเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ ในปี ค.ศ. 1872 เมื่ออายุเพียง 18 ปี Veronese จึงต้องหยุดการศึกษาไปทำงานที่กรุง Vienna
โชคดีที่ปีถัดมาเขาได้รับความช่วยเหลือจาก Count Nicolò Papadopoli ผู้อุปถัมภ์ที่สนับสนุนทุนการศึกษาให้เขาได้กลับไปศึกษาต่อที่ Zürich Polytechnic ในสาขาที่ผสมผสานทั้งวิศวกรรมและคณิตศาสตร์ ระหว่างนั้นเขาเริ่มติดต่อกับนักคณิตศาสตร์ชื่อดัง Luigi Cremona แห่งมหาวิทยาลัย Rome ในประเด็นทางคณิตศาสตร์ และต่อมาได้ย้ายไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Rome จนสำเร็จการศึกษาด้านคณิตศาสตร์ในปี ค.ศ. 1877 และได้รับปริญญาเอกในปีถัดมา หลังจากนั้นเขาไปทำวิจัยเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัย Leipzig ก่อนจะได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านเรขาคณิตพีชคณิตที่มหาวิทยาลัย Padua ในปี ค.ศ. 1881
ผู้บุกเบิกเรขาคณิตของปริภูมิหลายมิติ
ผลงานที่สำคัญที่สุดของ Veronese คือการวางรากฐานเรขาคณิตเชิงภาพฉายของปริภูมิ n มิติ (projective geometry of hyperspaces) ก่อนหน้าเขา แนวคิดเรื่องปริภูมิหลายมิติมักถูกนำเสนอในรูปแบบพีชคณิตเชิงเส้นที่อธิบายด้วยภาษาเรขาคณิตเท่านั้น แต่ Veronese เป็นผู้ที่ทำให้ปริภูมิหลายมิติมีลักษณะเป็นเรขาคณิตอย่างแท้จริง ด้วยวิธีการแบบเวียนเกิด (recursion) ที่สร้างปริภูมิมิติสูงขึ้นเรื่อยๆ จากการฉายภาพ เช่นเดียวกับที่ระนาบสามารถสร้างได้จากการฉายจุดบนเส้นตรงจากจุดภายนอก หรือปริภูมิสามมิติสร้างได้จากการฉายจุดบนระนาบจากจุดภายนอก
ในปี ค.ศ. 1884 เมื่ออายุเพียง 26 ปี เขายังได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับพื้นผิวที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ พื้นผิว Veronese (Veronese surface) ซึ่งเป็นตัวอย่างสำคัญของการฝังตัวของระนาบภาพฉายลงในปริภูมิมิติสูงกว่า และกลายเป็นวัตถุพื้นฐานที่สำคัญในเรขาคณิตพีชคณิตสมัยใหม่มาจนถึงทุกวันนี้
ผลงานที่ล้ำหน้ายุคสมัยด้านทฤษฎีจำนวนอนันต์
นอกจากเรขาคณิตหลายมิติแล้ว ผลงานที่โด่งดังที่สุดของ Veronese คือหนังสือ Fondamenti di geometria a più dimensioni e a più specie di unità rettilinee ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1891 ซึ่งเสนอแนวคิดเรื่อง “สมมติฐานความต่อเนื่องสัมพัทธ์” (hypothesis of relative continuity) อันเป็นรากฐานของสิ่งที่ต่อมาเรียกว่าคอนตินิวอัมเชิงเส้นแบบไม่อาร์คิมีดีส (non-Archimedean linear continuum) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ล้ำหน้ากว่ายุคสมัยของเขาไปมาก
แนวคิดนี้เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากนักคณิตศาสตร์ชื่อดัง Giuseppe Peano ว่าไม่มีความเข้มงวดทางคณิตศาสตร์เพียงพอ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป วงการคณิตศาสตร์กลับพบว่างานของ Veronese มีความสำคัญมากกว่าที่คิด และปัจจุบันเขาได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่ริเริ่มแนวคิดหลายอย่างที่ต่อมากลายเป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีจำนวนอนันต์ (transfinite numbers) และทฤษฎีแบบจำลอง (model theory)
ชีวิตนอกห้องบรรยาย
Veronese ไม่ได้จำกัดบทบาทของตนเองอยู่แค่ในแวดวงวิชาการเท่านั้น เขายังมีบทบาททางการเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาผู้แทนเมือง Chioggia ระหว่างปี ค.ศ. 1897-1900 จากนั้นเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมือง Padua และท้ายที่สุดได้รับตำแหน่งวุฒิสมาชิกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1904 จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ในด้านครอบครัว เขาแต่งงานกับ Baroness Beatrice Bartolini ในปี ค.ศ. 1885 และมีบุตรด้วยกันหลายคน
มรดกที่ได้รับการยอมรับหลังการจากไป
แม้ Veronese จะตีพิมพ์ผลงานเพียงประมาณ 30 ชิ้นตลอดชีวิตการทำงาน ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับนักคณิตศาสตร์คนอื่นๆ ในยุคเดียวกัน แต่คุณภาพและความล้ำหน้าทางความคิดของงานเหล่านั้นกลับส่งอิทธิพลยาวนานหลังจากที่เขาจากไปแล้ว ทั้งเรขาคณิตของปริภูมิหลายมิติและแนวคิดเรื่องคอนตินิวอัมแบบไม่อาร์คิมีดีสของเขายังคงเป็นหัวข้อที่นักคณิตศาสตร์รุ่นหลัง เช่น Corrado Segre ศึกษาและต่อยอดมาจนถึงศตวรรษที่ 20
ในวันครบรอบการจากไปของเขาทุกปี ชื่อของ Giuseppe Veronese จึงยังคงถูกกล่าวถึงในฐานะนักคิดที่ผลงานอาจไม่ได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่ในยุคของตนเอง แต่กลับกลายเป็นรากฐานสำคัญของคณิตศาสตร์สมัยใหม่ในเวลาต่อมา




