บทความ

ลิพอต เฟเยร์: นักวิเคราะห์ฮาร์มอนิกผู้เป็นครูของยอดนักคณิตศาสตร์ฮังการี

บทความโดย

32
แชร์บทความนี้

ลิพอต เฟเยร์: นักวิเคราะห์ฮาร์มอนิกผู้เป็นครูของยอดนักคณิตศาสตร์ฮังการี

ในประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์ศตวรรษที่ 20 มีหลายครั้งที่ชื่อของครูผู้หนึ่งปรากฏอยู่เบื้องหลังลูกศิษย์ระดับตำนานหลายคนพร้อมกัน และหนึ่งในครูที่ว่านั้นคือ ลิพอต เฟเยร์ (Lipót Fejér) นักคณิตศาสตร์ชาวฮังการี ผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1959 ที่กรุงบูดาเปสต์ ด้วยวัย 79 ปี เขาเป็นที่รู้จักจากทฤษฎีบทเฟเยร์ว่าด้วยอนุกรมฟูริเยร์ และจากการเป็นอาจารย์ของนักคณิตศาสตร์ที่เปลี่ยนโฉมวงการหลายท่าน

ชีวิตช่วงต้นและการเปลี่ยนนามสกุล

เฟเยร์เกิดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1880 ที่เมืองเปช (Pécs) ในจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี โดยมีชื่อเดิมว่า เลโอโพลด์ ไวส์ (Leopold Weisz) ครอบครัวเป็นชาวยิว บิดาเป็นเจ้าของร้านค้าในเมือง ต่อมาราวปี ค.ศ. 1900 เขาเปลี่ยนนามสกุลเป็น “เฟเยร์” ซึ่งเป็นชื่อแบบฮังการี มีเรื่องเล่าว่าเมื่อเขาถูกเสนอชื่อเข้าตำแหน่งทางวิชาการ มีกรรมการคนหนึ่งถามด้วยความสงสัยว่าเขาเป็นญาติกับบาทหลวงอิกเนเชียส เฟเยร์ แห่งคณะเทววิทยาหรือไม่ ทั้งที่นามสกุลนี้เพิ่งถูกใช้มาไม่นาน

เฟเยร์ศึกษาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยบูดาเปสต์ระหว่างปี ค.ศ. 1898-1902 และไปศึกษาต่อที่เบอร์ลิน โดยมีแฮร์มันน์ ชวาร์ซ (Hermann Schwarz) เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาคนสำคัญ หลังรับปริญญาเขาสอนที่บูดาเปสต์ระหว่างปี ค.ศ. 1902-1905 จากนั้นย้ายไปมหาวิทยาลัยฟรันซ์ โยเซฟ ที่เมืองโกโลซวาร์ (ปัจจุบันคือเมืองคลูช-นาโปกา ในโรมาเนีย) จนถึงปี ค.ศ. 1911 แล้วกลับมารับตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยบูดาเปสต์ ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งนี้ต่อเนื่องไปจนสิ้นชีวิต รวมเกือบ 48 ปี

ทฤษฎีบทเฟเยร์: เมื่อค่าเฉลี่ยทำให้อนุกรมลู่เข้า

ผลงานที่ทำให้ชื่อของเฟเยร์เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเกิดขึ้นตั้งแต่เขายังหนุ่ม ในราวปี ค.ศ. 1900 ขณะอายุเพียง 20 ปี เขาค้นพบสิ่งที่ภายหลังเรียกว่า ทฤษฎีบทเฟเยร์ (Fejér’s theorem) ซึ่งเกี่ยวกับอนุกรมฟูริเยร์ (Fourier series)

ปัญหาเดิมคือ อนุกรมฟูริเยร์ของฟังก์ชันต่อเนื่องไม่จำเป็นต้องลู่เข้าสู่ฟังก์ชันนั้นเสมอไปในทุกจุด ซึ่งเป็นความจริงที่ขัดกับสัญชาตญาณและสร้างความยุ่งยากให้นักคณิตศาสตร์มานาน เฟเยร์แสดงให้เห็นว่า หากเราไม่ดูผลรวมย่อยของอนุกรมโดยตรง แต่ใช้ ค่าเฉลี่ยซีซาโร (Cesàro means) ของผลรวมย่อยเหล่านั้นแทน ค่าเฉลี่ยดังกล่าวของฟังก์ชันต่อเนื่องจะลู่เข้าสู่ฟังก์ชันเดิมอย่างสม่ำเสมอ (uniformly) ผลลัพธ์นี้งดงามเพราะเปลี่ยนสถานการณ์ที่ดูไม่เป็นระเบียบให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่สะอาดและพิสูจน์ได้ตรงไปตรงมา

จากทฤษฎีบทนี้เกิดแนวคิดที่ยังใช้อยู่ในการวิเคราะห์ฮาร์มอนิกจนถึงปัจจุบัน เช่น เคอร์เนลเฟเยร์ (Fejér kernel) ซึ่งเป็นเครื่องมือมาตรฐานในการศึกษาอนุกรมฟูริเยร์และการประมาณฟังก์ชันด้วยพหุนามตรีโกณมิติ

ผลงานอื่นของเฟเยร์

งานวิจัยของเฟเยร์ส่วนใหญ่อยู่ในสาขาการวิเคราะห์ฮาร์มอนิกและอนุกรมฟูริเยร์ ซึ่งเขาวางรากฐานไว้อย่างลึกซึ้ง นอกจากทฤษฎีบทเฟเยร์แล้ว ชื่อของเขายังปรากฏในผลลัพธ์อื่นอีกหลายอย่าง เช่น ทฤษฎีบทเฟเยร์-รีซ (Fejér–Riesz theorem) ซึ่งเกี่ยวกับการแยกตัวประกอบของพหุนามตรีโกณมิติที่ไม่เป็นลบ ซึ่งเขาทำร่วมกับฟริเจส รีซ (Frigyes Riesz) และ การอินทิเกรตเชิงตัวเลขแบบเฟเยร์ (Fejér quadrature) เขามีผลงานจำนวนมากเกี่ยวกับพหุนามตรีโกณมิติที่มีค่าเป็นบวกและการประมาณฟังก์ชัน ซึ่งนักคณิตศาสตร์รุ่นหลังนำไปต่อยอดอย่างกว้างขวาง

ครูผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการ

สิ่งที่ทำให้เฟเยร์มีความสำคัญเกินกว่าผลงานวิจัยของตัวเองคือบทบาทของเขาในฐานะครู ภายใต้การชี้แนะของเขาที่บูดาเปสต์ เกิดนักคณิตศาสตร์ชั้นนำจำนวนมาก ลูกศิษย์ของเขาประกอบด้วย พอล แอร์ดิช (Paul Erdős), จอห์น ฟอน นอยมันน์ (John von Neumann), จอร์จ พอลยา (George Pólya), กาบอร์ เซเก (Gábor Szegő), ปาล ทูราน (Pál Turán), มาร์เซล รีซ (Marcel Riesz) และ ติบอร์ ราโด (Tibor Radó) รวมถึงนักคณิตศาสตร์ชื่อดังอย่างมิฮาย เฟเคเต (Michael Fekete) ลาสโล คาลมาร์ (László Kalmár) และยาโนช อัตเซล (János Aczél) นอกจากนี้ คอร์เนเลียส แลนโชส (Cornelius Lanczos) ก็นับเป็นผู้ที่ได้รับอิทธิพลจากเขาเช่นกัน

ในบันทึกรำลึกถึงเฟเยร์ พอลยาเขียนถึงอาจารย์ของตนว่าเป็นผู้ที่บ่มเพาะพรสวรรค์ในการเล่าเรื่องอย่างตั้งใจ เมื่อเขาเล่าถึงจุดอ่อนเล็กๆ น้อยๆ ของนักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่บางท่านพร้อมท่าทางประจำตัว ผู้ฟังก็ห้ามหัวเราะไม่อยู่ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ห้องเรียนและวงสนทนาของเฟเยร์มีชีวิตชีวา และเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศที่ดึงดูดและหล่อหลอมนักคณิตศาสตร์หนุ่มสาวชาวฮังการีทั้งรุ่น

มีเรื่องเล่าอีกเรื่องหนึ่งที่สะท้อนชื่อเสียงของเขาในวงการ ว่ากันว่าเมื่ออองรี ปวงกาเร (Henri Poincaré) เดินทางมาเยือนฮังการี ปวงกาเรเมื่อไปถึงสถานีรถไฟที่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงมารอต้อนรับ ก็ถามขึ้นทันทีว่า “เฟเยร์อยู่ที่ไหน” จนเจ้าหน้าที่ฮังการีซึ่งไม่เคยได้ยินชื่อนี้ต้องย้อนถามปวงกาเรว่า “เฟเยร์คือใคร” เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่านักคณิตศาสตร์ระดับโลกรู้จักเขาก่อนที่คนในประเทศของเขาเองจะรู้จักเสียอีก

ช่วงเวลามืดมนในสงคราม

ในปี ค.ศ. 1944 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เฟเยร์ถูกบีบให้ออกจากตำแหน่งเพราะเชื้อสายยิวของเขา ในช่วงปลายสงครามที่บูดาเปสต์เขาต้องเผชิญเหตุการณ์รุนแรงที่ทิ้งรอยแผลลึกไว้ให้สุขภาพจิต แม้จะรอดชีวิตมาได้ แต่ความสามารถทางความคิดของเขาก็เสื่อมถอยลงอย่างรวดเร็วหลังจากนั้น

เฟเยร์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1959 ที่บูดาเปสต์ จากอาการเส้นเลือดในสมอง ทิ้งไว้ซึ่งทฤษฎีบทที่ยังคงอยู่ในตำราการวิเคราะห์ฮาร์มอนิกทุกเล่ม และมรดกที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือรุ่นต่อรุ่นของนักคณิตศาสตร์ที่เติบโตขึ้นมาจากชั้นเรียนของเขา ซึ่งนำชื่อ “โรงเรียนคณิตศาสตร์ฮังการี” ไปสู่เวทีโลก