บทความ

บอริส กาเลียร์คิน: วิศวกรผู้ให้กำเนิดวิธีเชิงตัวเลขที่อยู่เบื้องหลังโลกวิศวกรรมสมัยใหม่

บทความโดย

34
แชร์บทความนี้

บอริส กาเลียร์คิน: วิศวกรผู้ให้กำเนิดวิธีเชิงตัวเลขที่อยู่เบื้องหลังโลกวิศวกรรมสมัยใหม่

วันนี้ในประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์ | 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1945

บทนำ: ชื่อที่ซ่อนอยู่ในทุกซอฟต์แวร์จำลองวิศวกรรม

ทุกครั้งที่วิศวกรใช้ซอฟต์แวร์อย่าง ANSYS, ABAQUS หรือ COMSOL เพื่อจำลองความเค้นในสะพาน การสั่นสะเทือนของปีกเครื่องบิน หรือการไหลของของไหลรอบตัวรถยนต์ เบื้องหลังการคำนวณเหล่านั้นมีชื่อของชายคนหนึ่งซ่อนอยู่เสมอ นั่นคือ บอริส กริกอรีเยวิช กาเลียร์คิน (Boris Grigoryevich Galerkin) วิศวกรและนักคณิตศาสตร์ชาวโซเวียตผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1945 ที่กรุงมอสโก ไม่นานหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง

ชื่อของเขาถูกผูกติดกับ Galerkin method ซึ่งเป็นวิธีเชิงตัวเลขสำหรับการแก้สมการเชิงอนุพันธ์แบบประมาณค่า และเป็นรากฐานทางคณิตศาสตร์ของ Finite Element Method (FEM) ที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์เชิงคำนวณทุกวันนี้

จากช่างเขียนแบบสู่วิศวกรผู้ยิ่งใหญ่

กาเลียร์คินเกิดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 1871 ในเมืองโปลอตสค์ (ปัจจุบันอยู่ในเบลารุส) ครอบครัวของเขายากจน แม้จะมีบ้านเป็นของตนเองแต่รายได้จากงานฝีมือไม่เพียงพอ เขาจึงต้องทำงานเป็นช่างเขียนแบบตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อหาเลี้ยงตัวเองระหว่างเรียน หลังสอบผ่านการศึกษาเพิ่มเติมที่เมืองมินสค์ในปี 1893 เขาเข้าศึกษาต่อที่ Petersburg Technological Institute ในภาควิชากลศาสตร์ ระหว่างเรียนก็ต้องรับสอนพิเศษและทำงานเป็นช่างร่างแบบไปพร้อมกัน

หลังสำเร็จการศึกษาในปี 1899 เขาทำงานเป็นวิศวกรในโรงงานหัวรถจักรที่คาร์คอฟ ก่อนย้ายไปเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในปี 1903 เพื่อรับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมที่โรงงานเครื่องกลและหม้อไอน้ำแห่งหนึ่ง ตลอดช่วงปี 1909 เป็นต้นมา เขาเริ่มศึกษาดูงานก่อสร้างทั่วยุโรป ก่อนจะหันมาทุ่มเทให้งานวิชาการอย่างเต็มตัวราวปี 1914

กำเนิดวิธี Galerkin: การประมาณค่าด้วยฟังก์ชันฐาน

ในปี 1915 กาเลียร์คินตีพิมพ์บทความสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา ว่าด้วยการดัดโค้งของคานและแผ่นบาง โดยเสนอวิธีการประมาณคำตอบของสมการเชิงอนุพันธ์ด้วยการเลือก ฟังก์ชันฐาน (basis functions) ชุดหนึ่ง แล้วบังคับให้ ค่าคงเหลือ (residual) ของสมการมีค่าตั้งฉาก (orthogonal) กับฟังก์ชันฐานชุดเดียวกันนั้น

แนวคิดนี้เขียนในรูปทั่วไปได้ว่า ถ้าเราต้องการแก้สมการเชิงอนุพันธ์

$$\mathcal{L}u = f$$

โดยที่ $\mathcal{L}$ เป็นตัวดำเนินการเชิงอนุพันธ์ เราจะประมาณคำตอบจริง $u$ ด้วยผลรวมเชิงเส้นของฟังก์ชันฐาน

$$u \approx u_n = \sum_{i=1}^{n} c_i , \phi_i(x)$$

แล้วกำหนดให้ค่าคงเหลือ $R = \mathcal{L}u_n – f$ ตั้งฉากกับฟังก์ชันทดสอบ (test functions) $\phi_j$ ทุกตัวในปริภูมิเดียวกัน นั่นคือ

$$\int_{\Omega} R , \phi_j , dx = 0, \qquad j = 1, 2, \ldots, n$$

เงื่อนไขนี้เปลี่ยนปัญหาสมการเชิงอนุพันธ์ที่มีมิติอนันต์ ให้กลายเป็น ระบบสมการพีชคณิตเชิงเส้น ขนาด $n \times n$ ที่คอมพิวเตอร์สามารถแก้ได้โดยตรง — นี่คือหัวใจของสิ่งที่ปัจจุบันเรียกว่า Method of Weighted Residuals และเป็นจุดตั้งต้นของ Finite Element Method ที่พัฒนาต่อยอดขึ้นมาในทศวรรษ 1950–60

จุดเด่นสำคัญของวิธีนี้คือ สมบัติตั้งฉากของความคลาดเคลื่อน (Galerkin orthogonality) ซึ่งรับประกันว่าคำตอบประมาณ $u_n$ เป็นคำตอบที่ “ดีที่สุด” ในความหมายของ energy norm ภายในปริภูมิฟังก์ชันฐานที่เลือกไว้

จากงานวิจัยสู่เขื่อนและอาคารจริง

กาเลียร์คินไม่ใช่นักคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ แต่เป็นวิศวกรที่นำทฤษฎีไปใช้แก้ปัญหาจริงเสมอ เขาเป็นที่ปรึกษาในการวางแผนก่อสร้างสถานีไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดหลายแห่งของสหภาพโซเวียต โดยเฉพาะเขื่อนดนีเปอร์ (Dnieper Dam) ในปี 1929 ซึ่งเขาวิเคราะห์ความเค้นในผนังเขื่อนรูปสี่เหลี่ยมคางหมูด้วยวิธีของเขาเอง ผลการวิเคราะห์ถูกนำไปใช้ในการออกแบบจริง

นอกจากนี้เขายังมีผลงานสำคัญด้านทฤษฎีความยืดหยุ่น (elasticity) โดยเฉพาะหนังสือ Thin Elastic Plates (1937) ซึ่งกลายเป็นตำราอ้างอิงมาตรฐานด้านแผ่นบางยืดหยุ่น และงานด้านทฤษฎีการบิดของแท่งปริซึม (torsion of prismatic rods) ที่ตีพิมพ์ต่อเนื่องระหว่างปี 1919–1927

ในช่วงปลายชีวิต เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้า Institute of Mechanics แห่ง Soviet Academy of Sciences ตั้งแต่ปี 1940 จนถึงวาระสุดท้าย งานหนักที่ไม่หยุดพักตลอดช่วงสงครามส่งผลเสียต่อสุขภาพของเขาอย่างมาก และเขาเสียชีวิตในมอสโกเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1945 เพียงไม่กี่เดือนหลังชัยชนะเหนือนาซีเยอรมนี ร่างของเขาถูกฝังที่สุสาน Volkovo ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

มรดกที่ยังมีชีวิตอยู่ในทุกการจำลองทางวิศวกรรม

แม้กาเลียร์คินจะเสียชีวิตไปแล้วเกือบแปดสิบปี แต่วิธีของเขายังคงเป็นแกนกลางของการวิเคราะห์เชิงตัวเลขสมัยใหม่ Galerkin method ในปัจจุบันแตกแขนงออกเป็นหลายรูปแบบ เช่น Continuous Galerkin (CG), Discontinuous Galerkin (DG) ที่นิยมใช้ในพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ และ Petrov–Galerkin method ที่ใช้ฟังก์ชันทดสอบต่างจากฟังก์ชันฐาน สำหรับปัญหาที่มีการพาความร้อนหรือการไหลรุนแรง

สำหรับผู้ที่เรียนวิชา Numerical Methods หรือ Finite Element Analysis แนวคิดของกาเลียร์คินคือจุดเชื่อมสำคัญระหว่างคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ (การวิเคราะห์เชิงฟังก์ชัน สมการเชิงอนุพันธ์) กับวิศวกรรมภาคปฏิบัติ — เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าคณิตศาสตร์เชิงตัวเลขไม่ใช่แค่ทฤษฎีนามธรรม แต่คือเครื่องมือที่สร้างเขื่อน สะพาน และเครื่องบินได้จริง

กิจกรรมชวนคิด

  1. ลองพิจารณาสมการเชิงอนุพันธ์อย่างง่าย $-u” = f(x)$ บนช่วง $[0,1]$ พร้อมเงื่อนไขขอบ $u(0)=u(1)=0$ หากเลือกฟังก์ชันฐาน $\phi_i(x) = \sin(i\pi x)$ ลองเขียนระบบสมการที่ได้จากเงื่อนไขตั้งฉากของ Galerkin method
  2. เปรียบเทียบแนวคิดของ Galerkin method กับวิธี Finite Difference ที่นักศึกษาเคยเรียนในวิชา Numerical Methods — ทั้งสองวิธีต่างกันอย่างไรในการประมาณคำตอบของสมการเชิงอนุพันธ์
  3. ทำไมการเลือกฟังก์ชันฐาน $\phi_i$ ที่แตกต่างกัน (เช่น พหุนาม เทียบกับฟังก์ชันตรีโกณมิติ) จึงส่งผลต่อความแม่นยำและความเร็วในการลู่เข้าของคำตอบประมาณ
  4. Discontinuous Galerkin method ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในพลศาสตร์ของไหลเชิงคำนวณ (CFD) เพราะเหตุใดการอนุญาตให้ฟังก์ชันฐานไม่ต่อเนื่องระหว่างช่วงย่อยจึงเป็นข้อได้เปรียบสำหรับปัญหาประเภทนี้

เอกสารอ้างอิง

  • O’Connor, J. J., & Robertson, E. F. (2003). Boris Grigorievich Galerkin. MacTutor History of Mathematics Archive, University of St Andrews.
  • Repin, S. I. (2017). One hundred years of the Galerkin method. Computational Methods in Applied Mathematics, 17(3), 351–357.
  • Elishakoff, I., Kaplunov, J., & Kaplunov, E. (2020). Galerkin’s method was not developed by Ritz: A commentary on the Timoshenko misattribution. ZAMM – Journal of Applied Mathematics and Mechanics.
  • Brenner, S., & Scott, R. L. (2008). The Mathematical Theory of Finite Element Methods (3rd ed.). Springer.
  • Galerkin, B. G. (1915). Series solution of some problems in elastic equilibrium of rods and plates. Vestnik Inzhenerov, 1, 897–908.

บทความในชุด “วันนี้ในประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์” — นำเสนอเรื่องราวคณิตศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับวันสำคัญในปฏิทิน