รำลึกถึง Robert Fricke ผู้บุกเบิกทฤษฎี Automorphic Functions และ Elliptic Modular Functions
Robert Fricke คือนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมันผู้มีผลงานสำคัญด้านฟังก์ชันออโตมอร์ฟิก (automorphic functions) และฟังก์ชันวงรีมอดูลาร์ (elliptic modular functions) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานคนสำคัญที่สุดของ Felix Klein นักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมือง Göttingen ในโอกาสนี้ เราขอย้อนรำลึกถึงชีวิตของนักคณิตศาสตร์ผู้ทุ่มเทให้กับงานวิเคราะห์เชิงซ้อนที่ลึกซึ้งและซับซ้อนที่สุดสาขาหนึ่งในยุคของเขา
วาระสุดท้ายที่เมือง Bad Harzburg 18 กรกฎาคม ค.ศ. 1930
Robert Fricke เสียชีวิตเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 1930 ที่เมือง Bad Harzburg ขณะมีอายุ 68 ปี เพียงไม่นานหลังจากที่เขายังคงทำงานเป็นหนึ่งในบรรณาธิการผลงานรวมเล่มของ Richard Dedekind ซึ่งตีพิมพ์ในปีเดียวกับที่เขาเสียชีวิต ก่อนหน้านั้นเขายังเคยเป็นหนึ่งในบรรณาธิการผลงานรวมเล่มของ Felix Klein ที่ตีพิมพ์ระหว่างปี ค.ศ. 1921-23 อีกด้วย แสดงให้เห็นว่าเขายังคงทำงานอย่างต่อเนื่องแม้ในบั้นปลายชีวิต
จากเมือง Braunschweig สู่ห้องบรรยายของ Felix Klein
Karl Emanuel Robert Fricke เกิดเมื่อวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 1861 ที่เมือง Helmstedt ราชอาณาจักร Hanover เป็นบุตรคนที่สองในบรรดาบุตรสี่คนของข้าราชการพลเรือนคนหนึ่ง เขาเติบโตขึ้นที่เมือง Braunschweig และสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมในปี ค.ศ. 1880 ด้วยความชื่นชอบวิชาคณิตศาสตร์ตั้งแต่สมัยเรียน เขาจึงตั้งใจเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นครูสอนคณิตศาสตร์
ตามธรรมเนียมของนักศึกษาเยอรมันในยุคนั้น Fricke เดินทางย้ายไปเรียนตามมหาวิทยาลัยต่างๆ หลายแห่งเพื่อสั่งสมประสบการณ์ที่หลากหลาย โดยศึกษาที่มหาวิทยาลัย Göttingen, Zürich, Berlin และ Strassburg ระหว่างปี ค.ศ. 1880-1883 ก่อนจะย้ายไปมหาวิทยาลัย Leipzig ในภาคเรียนฤดูหนาวปี ค.ศ. 1883 ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่ห้าของเขาในเวลาเพียงสามปี ที่นั่นเองที่เขาได้เข้าฟังการบรรยายของ Felix Klein และกลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ทางวิชาการที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา
ผู้ร่วมงานคนสำคัญของ Felix Klein
ผลงานที่ทำให้ชื่อของ Fricke เป็นที่จดจำมากที่สุดคือการร่วมงานกับ Felix Klein ในการเขียนตำราวิชาการชุดสำคัญสองชุด ได้แก่ หนังสือสองเล่มว่าด้วยฟังก์ชันวงรีมอดูลาร์ (elliptic modular functions) และหนังสืออีกสองเล่มว่าด้วยฟังก์ชันออโตมอร์ฟิก (automorphic functions) ซึ่งกลายเป็นตำราอ้างอิงคลาสสิกในสาขาวิเคราะห์เชิงซ้อนที่นักคณิตศาสตร์รุ่นหลังยังคงใช้อ้างอิงมาจนถึงปัจจุบัน
ในปี ค.ศ. 1893 บทความของเขาเรื่อง “Die Theorie der automorphen Functionen und die Arithmetik” ได้รับการนำเสนอในการประชุมคณิตศาสตร์นานาชาติที่นครชิคาโก ซึ่งจัดขึ้นในโอกาสงาน World’s Columbian Exposition แม้ตัว Fricke เองจะไม่ได้เดินทางไปนำเสนอด้วยตนเองก็ตาม ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1894 จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตในปี ค.ศ. 1930 เขาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ชั้นสูงที่ Technische Hochschule Carolo-Wilhelmina ในเมือง Braunschweig
นักวิชาการผู้อยู่ใต้เงาของอาจารย์
แม้จะได้รับความเคารพจากเพื่อนร่วมวงการในยุคเดียวกัน แต่นักประวัติศาสตร์คณิตศาสตร์หลายท่านตั้งข้อสังเกตว่า Fricke มักถูกมองว่าเป็นเพียงศิษย์ผู้ซื่อสัตย์ของ Felix Klein อาจารย์ของเขา ทำให้ผลงานของเขาถูกบดบังด้วยชื่อเสียงของ Klein อยู่เสมอ และผลงานบางส่วนของเขาถูกมองว่าล้าสมัยไปแล้วแม้กระทั่งในช่วงปลายชีวิตของเขาเอง ตัวอย่างหนึ่งคือหนังสือ Lehrbuch der Algebra ที่เขาเขียนขึ้น ซึ่งแม้ Heinrich Weber จะเคยเสนอนิยามเชิงนามธรรมของฟีลด์ (field) ไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1893 แล้ว แต่ Fricke ก็เลือกที่จะไม่ใช้แนวทางนั้นในตำราของเขา
มรดกที่ยังคงใช้อ้างอิงในวงการวิเคราะห์เชิงซ้อน
แม้จะเผชิญกับข้อจำกัดเหล่านี้ในช่วงชีวิต แต่ผลงานร่วมกับ Klein ด้านฟังก์ชันวงรีมอดูลาร์และฟังก์ชันออโตมอร์ฟิกของ Fricke ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของทฤษฎีในสาขานี้มาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในการศึกษากลุ่มฟุคเซียน (Fuchsian groups) และเรขาคณิตไฮเปอร์โบลิกที่เชื่อมโยงกับฟังก์ชันเหล่านี้ ในวันครบรอบการจากไปของเขาทุกปี ชื่อของ Robert Fricke จึงยังคงถูกกล่าวถึงในฐานะนักวิเคราะห์เชิงซ้อนผู้พิถีพิถัน ผู้ที่ทุ่มเทให้กับความละเอียดครบถ้วนของทฤษฎีมากกว่าการแสวงหาชื่อเสียงส่วนตัว




