บทความ

Emil Julius Gumbel: นักสถิติผู้ต่อสู้เพื่อสันติภาพและบิดาแห่งทฤษฎีค่าสุดขีด

บทความโดย

61
แชร์บทความนี้

Emil Julius Gumbel: นักสถิติผู้ต่อสู้เพื่อสันติภาพและบิดาแห่งทฤษฎีค่าสุดขีด

บางครั้งนักวิทยาศาสตร์ที่ทิ้งมรดกทางวิชาการไว้ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็เป็นคนเดียวกับที่ต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อความจริงและความยุติธรรมในสังคมของตนเอง เรื่องราวของ Emil Julius Gumbel นักสถิติชาวเยอรมัน คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของชีวิตนักวิชาการที่ผสมผสานงานวิจัยเชิงลึกเข้ากับความกล้าหาญทางการเมืองอย่างแยกกันไม่ออก

นักสถิติผู้ต่อต้านความรุนแรงทางการเมือง

Emil Julius Gumbel เกิดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ค.ศ. 1891 ที่เมือง Munich ประเทศเยอรมนี ในครอบครัวชาวยิวที่บิดาเป็นผู้จัดการธนาคารเอกชน เขาศึกษาคณิตศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สถิติศาสตร์ และฟิสิกส์ ที่มหาวิทยาลัย Munich และ Berlin ก่อนจะทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกด้านสถิติประชากรในปี ค.ศ. 1914 ณ มหาวิทยาลัย Heidelberg เพียงไม่นานก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่งจะปะทุขึ้น

แม้จะเข้าร่วมเป็นทหารในช่วงแรกของสงคราม แต่ประสบการณ์จากสมรภูมิทำให้ Gumbel กลายเป็นนักสันตินิยมอย่างแรงกล้า จนถูกปลดประจำการด้วยเหตุผลทางการแพทย์ในปี ค.ศ. 1915 หลังจากนั้นเขาเข้าร่วมกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายและกลุ่มสันตินิยมหลายกลุ่ม และใช้ทักษะทางสถิติของตนเองในการเปิดโปงความรุนแรงทางการเมือง โดยเฉพาะการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการฆาตกรรมทางการเมืองในยุคสาธารณรัฐไวมาร์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคดีฆาตกรรมส่วนใหญ่มาจากฝ่ายขวาจัด แต่กลับได้รับโทษเบากว่าคดีจากฝ่ายซ้ายอย่างชัดเจน งานเหล่านี้ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายของกลุ่มขวาจัดและถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย Heidelberg ในปี ค.ศ. 1932 ก่อนจะต้องลี้ภัยไปยังฝรั่งเศส และในที่สุดก็อพยพไปยังสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1940

บิดาแห่งทฤษฎีค่าสุดขีด

แม้จะเผชิญกับความยากลำบากทางการเมืองตลอดชีวิต แต่ Gumbel ยังคงเป็นนักวิจัยที่ทุ่มเทให้กับงานด้านสถิติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ผลงานที่ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่จดจำในวงการคณิตศาสตร์และสถิติมาจนถึงปัจจุบันคือการบุกเบิก ทฤษฎีค่าสุดขีด (extreme value theory) ซึ่งเป็นสาขาของสถิติศาสตร์ที่ศึกษาพฤติกรรมของค่าที่มีความรุนแรงหรือหายากที่สุดในชุดข้อมูล เช่น น้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบร้อยปี หรือค่าความเสียหายสูงสุดที่อาจเกิดขึ้น

Gumbel พัฒนาแนวคิดที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ การแจกแจงกัมเบล (Gumbel distribution) ซึ่งเป็นหนึ่งในการแจกแจงความน่าจะเป็นพื้นฐานสามแบบที่ใช้อธิบายค่าสูงสุดหรือต่ำสุดของตัวแปรสุ่ม การแจกแจงนี้มีประโยชน์อย่างมากในการสร้างแบบจำลองเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นไม่บ่อยแต่มีผลกระทบสูง ผลงานสำคัญที่รวบรวมแนวคิดเหล่านี้ไว้คือหนังสือ Statistical Theory of Extreme Values and Some Practical Applications ในปี ค.ศ. 1954 และ Statistics of Extremes ในปี ค.ศ. 1958 ซึ่งเขาเขียนขึ้นหลังจากตั้งถิ่นฐานในสหรัฐอเมริกาแล้ว

มรดกที่ประยุกต์ใช้ได้กว้างขวางในโลกปัจจุบัน

การแจกแจงกัมเบลกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในหลากหลายสาขาวิชาชีพที่ต้องรับมือกับความเสี่ยงจากเหตุการณ์รุนแรง ทั้งวิศวกรรมชลศาสตร์ที่ใช้คาดการณ์ระดับน้ำท่วมสูงสุด วิศวกรรมโครงสร้างที่ต้องคำนึงถึงแรงลมหรือแผ่นดินไหวรุนแรงที่สุดที่อาคารอาจต้องเผชิญ วงการการเงินที่ใช้ประเมินความเสี่ยงจากการขาดทุนสูงสุด รวมถึงการศึกษาภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ

Gumbel ใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกาสอนหนังสือที่สถาบันต่างๆ ในนครนิวยอร์ก ก่อนจะได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัย Columbia ในปี ค.ศ. 1953 เขายังคงทำงานด้านวิชาการและการเมืองต่อเนื่องจนถึงปลายชีวิต รวมถึงการเข้าร่วมคัดค้านสงครามเวียดนามในบั้นปลายชีวิต เขาเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1966 ด้วยโรคมะเร็ง ทิ้งไว้ทั้งมรดกทางสถิติศาสตร์ที่ยังใช้งานกันอย่างแพร่หลาย และแบบอย่างของนักวิชาการที่ไม่เคยแยกความรู้ทางวิทยาศาสตร์ออกจากความรับผิดชอบต่อสังคมของตนเอง