Egon Pearson: ลูกชายผู้ก้าวออกจากเงาพ่อ สู่ผู้วางรากฐานสถิติศาสตร์เชิงอนุมานสมัยใหม่
การเป็นลูกชายของนักสถิติที่มีชื่อเสียงระดับโลกอาจเป็นทั้งพรและคำสาปในเวลาเดียวกัน Egon Sharpe Pearson นักสถิติศาสตร์ชาวอังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ค.ศ. 1895 ที่เขต Hampstead กรุงลอนดอน เป็นบุตรชายของ Karl Pearson นักสถิติผู้บุกเบิกที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่แล้วในขณะนั้น แต่ Egon ก็สามารถก้าวออกจากเงาของบิดา และสร้างผลงานที่กลายเป็นเสาหลักสำคัญของสถิติศาสตร์เชิงอนุมานสมัยใหม่ได้ในที่สุด
เติบโตท่ามกลางตัวเลขและความขัดแย้งทางวิชาการ
Pearson เป็นบุตรคนกลางในบรรดาพี่น้องสามคนของ Karl Pearson และ Maria Sharpe แม้จะยังเป็นเด็ก เขาก็ตระหนักถึงงานของบิดาและความพยายามในการก่อตั้งวารสาร Biometrika มาตั้งแต่เล็ก เขาเข้าเรียนที่ Dragon School เมืองอ็อกซ์ฟอร์ด ก่อนจะย้ายไปเรียนที่ Winchester College และสำเร็จการศึกษาในปี 1914 ได้รับการตอบรับให้เข้าศึกษาต่อที่ Trinity College มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แต่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่ปะทุขึ้นในปีเดียวกันทำให้แผนการศึกษาของเขาต้องหยุดชะงัก เขาตัดสินใจออกจากการเรียนในปี 1915 เพื่อช่วยงานสงคราม โดยทำงานให้กับกองทัพเรือและกระทรวงการเดินเรือ ก่อนจะได้รับปริญญาตรีในปี 1919-1920 ผ่านการสอบพิเศษที่จัดขึ้นสำหรับผู้ที่การศึกษาถูกขัดจังหวะจากสงคราม ในช่วงเวลาที่ยังทำงานสร้างตัวตนทางวิชาการ Pearson ยังต้องเผชิญกับความยากลำบากจากความขัดแย้งอันรุนแรงระหว่างบิดาของเขากับ Ronald Fisher นักสถิติคนสำคัญอีกคนหนึ่งในยุคเดียวกัน
ความร่วมมือที่เปลี่ยนโฉมหน้าสถิติศาสตร์เชิงอนุมาน
Pearson เข้าร่วมภาควิชาสถิติประยุกต์ของบิดาที่ University College London ในปี 1921 แต่ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขาอย่างแท้จริงเกิดขึ้นจากความร่วมมือกับ Jerzy Neyman นักสถิติชาวโปแลนด์ ตลอดทศวรรษแห่งการทำงานร่วมกัน ทั้งสองได้พัฒนากรอบทฤษฎีทางคณิตศาสตร์สำหรับ การทดสอบสมมติฐานทางสถิติ (statistical hypothesis testing) อย่างเป็นระบบ จุดเริ่มต้นมาจากคำถามที่ Pearson ตั้งขึ้นว่า หากการทดสอบความพอดีของข้อมูล (goodness of fit) แบบหนึ่งบอกว่าข้อมูลเข้ากันได้ดี แต่อีกแบบหนึ่งบอกว่าไม่ดี ควรจะเชื่อแบบไหน คำถามนี้นำไปสู่การพัฒนา บทตั้งเนย์มาน-เพียร์สัน (Neyman–Pearson lemma) ซึ่งให้กรอบทางคณิตศาสตร์ที่ชัดเจนสำหรับการตัดสินใจว่าจะปฏิเสธหรือยอมรับสมมติฐานทางสถิติอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด แนวคิดเรื่อง ความผิดพลาดประเภทที่หนึ่งและประเภทที่สอง (Type I and Type II errors) ที่นักวิจัยทุกสาขาใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันก็มีรากฐานมาจากงานวิจัยชิ้นนี้เช่นกัน ทฤษฎีเนย์มาน-เพียร์สันกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในหลักสูตรการศึกษาและคำศัพท์พื้นฐานของนักสถิติทุกคนนับแต่นั้นมา
น่าสนใจว่าด้วยความกังวลว่าการนำแนวคิดของ Fisher มาผสมผสานในงานวิจัยจะทำให้บิดาของเขาไม่พอใจ Pearson และ Neyman จึงเลือกตีพิมพ์ผลงานร่วมกันชิ้นแรกในวารสารใหม่ที่ตั้งขึ้นเองชื่อ Statistical Research Memoirs แทนที่จะตีพิมพ์ใน Biometrika ของบิดา
ผู้สืบทอดตำแหน่งและงานประยุกต์ในสงคราม
Pearson ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าภาควิชาสถิติประยุกต์ที่ University College London ในปี 1933 สืบทอดตำแหน่งจากบิดา และยังรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการวารสาร Biometrika ต่อจากบิดาด้วย ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เขาทำงานวิจัยประยุกต์ที่สำคัญเกี่ยวกับสถิติการแตกกระจายของสะเก็ดระเบิด ซึ่งมีคุณค่าทางการทหารอย่างมาก นอกจากนี้เขายังมีผลงานสำคัญด้าน ความคงทน (robustness) ของการวิเคราะห์ทางสถิติ และเสนอวิธีทดสอบภาวะปกติ (normality) โดยอาศัยค่าความเบ้และความโด่งของการกระจายตัวของข้อมูล
Egon Pearson เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1980 ที่เมือง Midhurst มณฑล Sussex ด้วยวัย 84 ปี เขาได้รับเหรียญ Guy Medal ทองคำจาก Royal Statistical Society ในปี 1955 และได้รับเลือกเป็น Fellow of the Royal Society ในปี 1966 ทิ้งมรดกไว้ในรูปของกรอบทฤษฎีการทดสอบสมมติฐานที่ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของงานวิจัยเชิงปริมาณในแทบทุกสาขาวิชามาจนถึงทุกวันนี้




