บทความ

จูเซปเป วิตาลี: ผู้ค้นพบเซตที่วัดไม่ได้ท่ามกลางความโดดเดี่ยวทางวิชาการ

บทความโดย

68
แชร์บทความนี้

จูเซปเป วิตาลี: ผู้ค้นพบเซตที่วัดไม่ได้ท่ามกลางความโดดเดี่ยวทางวิชาการ

จูเซปเป วิตาลี (Giuseppe Vitali) เกิดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 1875 ที่เมืองราเวนนา ประเทศอิตาลี เป็นบุตรคนโตในบรรดาพี่น้องห้าคน บิดาของเขา โดเมนีโก วิตาลี ทำงานให้กับบริษัทการรถไฟในราเวนนา ส่วนมารดา เซโนเบีย คาซาดีโอ อยู่ดูแลบ้านและลูก ๆ แม้ในวัยเรียนมัธยมต้นผลการเรียนของวิตาลีจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่เมื่อเข้าเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนดันเต อาลีกีเอรี ครูคณิตศาสตร์ของเขา จูเซปเป นอนนี ก็ตระหนักถึงพรสวรรค์อันโดดเด่นของวิตาลีอย่างรวดเร็ว และถึงกับเขียนจดหมายถึงบิดาของวิตาลีเพื่อขอให้อนุญาตให้บุตรชายศึกษาต่อด้านคณิตศาสตร์อย่างจริงจัง

จากปิซาสู่ความโดดเดี่ยวทางวิชาการ

วิตาลีได้รับทุนการศึกษาเข้าศึกษาที่โรงเรียนนอร์มัลชั้นสูงแห่งปิซา (Scuola Normale Superiore) และสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยปิซาในปี 1899 หลังจบการศึกษา เขาได้เป็นผู้ช่วยของอูลิสเซ ดีนี (Ulisse Dini) นักคณิตศาสตร์ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของอิตาลีในขณะนั้น ซึ่งการได้รับคำแนะนำและการรับรองจากดีนีถือเป็นหนทางที่มั่นคงสู่อาชีพการงานที่รุ่งเรือง แต่ด้วยเหตุผลด้านการเงิน วิตาลีกลับต้องละทิ้งตำแหน่งอันเป็นที่ปรารถนานี้หลังจากทำงานเพียงสองปี และหันไปสอนหนังสือในโรงเรียนมัธยมหลายแห่ง ก่อนจะลงหลักปักฐานที่โรงเรียนลีเชโอ คริสโตโฟโร โคลอมโบ ในเมืองเจนัว ระหว่างปี 1904-1923

แม้จะอาศัยอยู่ในเมืองเจนัวซึ่งไม่ได้ตัดขาดจากชีวิตทางปัญญาโดยสิ้นเชิง แต่วิตาลีก็ทำงานอยู่ในภาวะโดดเดี่ยวทางวิชาการเป็นส่วนใหญ่ตลอดช่วงกลางของอาชีพการงาน เขายังมีบทบาททางการเมืองในฐานะสมาชิกสภาเทศบาลสังกัดพรรคสังคมนิยมและผู้พิพากษาศาลเทศบาลอีกด้วย

เซตที่ท้าทายสัญชาตญาณทางคณิตศาสตร์

ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของวิตาลีคือการสร้าง เซตวิตาลี (Vitali set) ในปี 1905 ซึ่งเป็นตัวอย่างแรกของ เซตที่วัดไม่ได้ (non-measurable subset) ของจำนวนจริง การค้นพบนี้เป็นก้าวสำคัญในทฤษฎีการวัด (measure theory) เพราะแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ทุกเซตของจำนวนจริงจะสามารถกำหนดค่า “ความยาว” หรือ “การวัด” ที่สอดคล้องกับสัจพจน์พื้นฐานของการวัดแบบเลอเบก (Lebesgue measure) ได้เสมอไป

วิตาลีสร้างเซตนี้ขึ้นโดยอาศัยสัจพจน์การเลือก (axiom of choice) ในการเลือกตัวแทนหนึ่งตัวจากแต่ละคลาสสมมูล (equivalence class) ของจำนวนจริงภายใต้ความสัมพันธ์ที่ว่าจำนวนสองจำนวนเทียบเท่ากันหากผลต่างของทั้งสองเป็นจำนวนตรรกยะ การค้นพบนี้สร้างความประหลาดใจอย่างมากให้กับวงการคณิตศาสตร์ในยุคนั้น เพราะขัดกับสัญชาตญาณพื้นฐานที่ว่าเซตทุกเซตควรจะวัดได้ และกลายเป็นตัวอย่างคลาสสิกที่ใช้สอนกันในวิชาทฤษฎีการวัดทั่วโลกมาจนถึงทุกวันนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของการจำกัดขอบเขตของฟังก์ชันการวัดให้อยู่ในคลาสของเซตที่ “วัดได้” เท่านั้น

ผลงานอื่น ๆ ที่ปูทางสู่ทฤษฎีการวัดสมัยใหม่

นอกเหนือจากเซตวิตาลี เขายังมีผลงานสำคัญอื่น ๆ อีกมากมายที่ยังคงใช้ชื่อของเขาในตำราคณิตศาสตร์วิเคราะห์สมัยใหม่ ทฤษฎีบทการลู่เข้าวิตาลี (Vitali convergence theorem) เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ใช้พิจารณาว่าเมื่อใดลำดับของฟังก์ชันที่ลู่เข้าแบบจุดต่อจุดจะลู่เข้าในความหมายของปริพันธ์ด้วย ทฤษฎีบทการปกคลุมวิตาลี (Vitali covering theorem) เป็นเครื่องมือพื้นฐานสำคัญที่ใช้ในการวิเคราะห์เชิงจริงและทฤษฎีการวัด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการพิสูจน์ทฤษฎีบทการหาอนุพันธ์ของเลอเบก

นอกจากนี้เขายังร่วมมือกับนักคณิตศาสตร์คนอื่น ๆ สร้างผลงานสำคัญเพิ่มเติม เช่น ทฤษฎีบทวิตาลี-คาราเธโอโดรี (Vitali-Carathéodory theorem) ร่วมกับคอนสแตนติน คาราเธโอโดรี และ ทฤษฎีบทวิตาลี-ฮาห์น-ซากส์ (Vitali-Hahn-Saks theorem) ร่วมกับฮันส์ ฮาห์นและสตานิสวัฟ ซากส์ ผลงานเหล่านี้ล้วนเป็นเสาหลักสำคัญของการวิเคราะห์เชิงจริงและเชิงซ้อนสมัยใหม่ วิตาลียังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกที่สำคัญที่สุดที่สืบทอดแนวทางของอ็องรี เลอเบก (Henri Lebesgue) ในการพัฒนาทฤษฎีฟังก์ชันของตัวแปรจริง

กลับสู่แวดวงวิชาการในบั้นปลายชีวิต

ในช่วงปลายอาชีพการงาน วิตาลีได้กลับเข้าสู่แวดวงมหาวิทยาลัยอีกครั้ง โดยสอนที่มหาวิทยาลัยโมเดนา มหาวิทยาลัยปาดัว และท้ายที่สุดที่มหาวิทยาลัยโบโลญญา ผลงานของเขาได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการในช่วงบั้นปลายชีวิต เมื่อเขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งตูรินในปี 1928 สถาบันอากาเดเมียนาซีโอนาเลเดอีลินเชอีในปี 1930 และสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งโบโลญญาในปี 1931

จูเซปเป วิตาลีเสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1932 ที่เมืองโบโลญญา ด้วยวัย 56 ปี แม้ชีวิตการทำงานส่วนใหญ่ของเขาจะดำเนินไปในความโดดเดี่ยวทางวิชาการที่ค่อนข้างห่างไกลจากศูนย์กลางคณิตศาสตร์หลักของยุโรป แต่ผลงานของเขากลับได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกที่สำคัญที่สุดของทฤษฎีฟังก์ชันตัวแปรจริงและทฤษฎีการวัดสมัยใหม่ เซตวิตาลีและทฤษฎีบทต่าง ๆ ที่ใช้ชื่อของเขายังคงเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่นักคณิตศาสตร์ทั่วโลกศึกษาและใช้งานมาจนถึงทุกวันนี้ เกือบหนึ่งศตวรรษหลังจากที่เขาจากไป