บทความ

ทยาลลิง คูปมันส์: ผู้บุกเบิกการเขียนโปรแกรมเชิงเส้นสู่เศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล

บทความโดย

79
แชร์บทความนี้

ทยาลลิง คูปมันส์: ผู้บุกเบิกการเขียนโปรแกรมเชิงเส้นสู่เศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล

ในบรรดานักคิดที่เชื่อมโยงคณิตศาสตร์เข้ากับเศรษฐศาสตร์ได้อย่างลึกซึ้ง มีชื่อหนึ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษในด้านการนำเทคนิคทางคณิตศาสตร์มาแก้ปัญหาการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นระบบ นั่นคือ ทยาลลิง ชาลส์ คูปมันส์ (Tjalling Charles Koopmans) เกิดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1910 ที่หมู่บ้านสคราเฟลันด์ (‘s-Graveland) ใกล้เมืองฮิลเวอร์ซุม ประเทศเนเธอร์แลนด์

ชีวิตช่วงต้นและเส้นทางวิชาการที่หลากหลาย

คูปมันส์เริ่มเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยอูเทรกต์ (Utrecht University) ตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี โดยเริ่มต้นจากสาขาคณิตศาสตร์ ก่อนจะเปลี่ยนไปศึกษาฟิสิกส์เชิงทฤษฎีในอีกสามปีต่อมา เส้นทางวิชาการของเขาน่าสนใจตรงที่ผ่านทั้งคณิตศาสตร์ จิตวิทยา จิตเวชศาสตร์ และฟิสิกส์เชิงทฤษฎี ก่อนที่ในที่สุดจะเปลี่ยนมาสนใจเศรษฐศาสตร์คณิตศาสตร์ (mathematical economics) ภายใต้การดูแลของยัน ทินเบอร์เกิน (Jan Tinbergen) นักเศรษฐศาสตร์ชาวดัตช์ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์คนแรกในปี ค.ศ. 1969 คูปมันส์ได้รับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยไลเดน (Leiden University) ในปี ค.ศ. 1936 จากวิทยานิพนธ์เรื่องการวิเคราะห์การถดถอยเชิงเส้นของอนุกรมเวลาทางเศรษฐศาสตร์

ในปี ค.ศ. 1940 เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้นในยุโรป คูปมันส์อพยพไปยังสหรัฐอเมริกา และในปี ค.ศ. 1946 เขาได้กลายเป็นพลเมืองอเมริกันโดยการแปลงสัญชาติ

การเขียนโปรแกรมเชิงเส้นและการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง คูปมันส์ทำงานให้กับคณะผู้แทนขนส่งสินค้าทางเรือของอังกฤษ (British Merchant Shipping Mission) โดยรับผิดชอบการวางแผนเส้นทางขนส่งสินค้าให้มีต้นทุนต่ำที่สุด งานนี้เองที่นำเขาไปสู่การพัฒนาแนวคิดที่ภายหลังรู้จักกันในชื่อ “ปัญหาการขนส่งฮิตช์ค็อก-คูปมันส์” (Hitchcock–Koopmans transportation problem) ซึ่งเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาสำคัญของการเขียนโปรแกรมเชิงเส้น (linear programming)

ในปี ค.ศ. 1944 คูปมันส์เข้าร่วมคณะกรรมาธิการโคลส์ (Cowles Commission for Research in Economics) ที่มหาวิทยาลัยชิคาโก และได้ขยายเทคนิคที่เรียกว่า “การวิเคราะห์กิจกรรม” (activity analysis) ไปประยุกต์ใช้กับปัญหาเศรษฐศาสตร์ที่หลากหลาย เขาแสดงให้เห็นว่าด้วยเกณฑ์ประสิทธิภาพบางประการ นักเศรษฐศาสตร์สามารถหาข้อสรุปสำคัญเกี่ยวกับระบบราคาที่เหมาะสมที่สุดได้ผ่านการเขียนโปรแกรมเชิงเส้น ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นสำหรับปัญหาด้านโลจิสติกส์เข้ากับทฤษฎีการจัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์อย่างเป็นระบบ

รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์

ผลงานด้านทฤษฎีการจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสมที่สุด (optimum allocation of resources) นี้เองที่ทำให้คูปมันส์ได้รับ รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี ค.ศ. 1975 ร่วมกับเลโอนิด คันโตโรวิช (Leonid Kantorovich) นักคณิตศาสตร์ชาวโซเวียตผู้พัฒนาแนวคิดคล้ายคลึงกันโดยอิสระต่อกัน ทั้งสองได้รับการยกย่องจากผลงานที่แสดงให้เห็นว่าวิธีการเชิงเหตุผล ซึ่งเรียกว่าการวิเคราะห์กิจกรรม สามารถใช้จัดสรรทรัพยากรเพื่อบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่กำหนดไว้ด้วยต้นทุนต่ำที่สุดได้อย่างไร

นอกจากนี้ คูปมันส์ยังมีผลงานสำคัญอื่นๆ ที่ยังคงใช้ชื่อของเขาอยู่ในปัจจุบัน เช่น แบบจำลองแรมซีย์-แคสส์-คูปมันส์ (Ramsey–Cass–Koopmans model) ซึ่งเป็นแบบจำลองการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สำคัญในเศรษฐศาสตร์มหภาค และทฤษฎีบทของคูปมันส์ (Koopmans’ theorem) ในสาขาเศรษฐมิติ (econometrics)

ช่วงบั้นปลายชีวิต

หลังจากคณะกรรมาธิการโคลส์ย้ายไปมหาวิทยาลัยเยลในปี ค.ศ. 1955 คูปมันส์ก็ย้ายตามไปด้วยและดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์ที่นั่นตลอดช่วงบั้นปลายอาชีพการงาน เขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1985 ที่เมืองนิวเฮเวน รัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา ด้วยวัย 74 ปี ทิ้งไว้ซึ่งมรดกทางวิชาการที่เชื่อมโยงคณิตศาสตร์ประยุกต์เข้ากับเศรษฐศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ซึ่งยังคงเป็นรากฐานสำคัญของทฤษฎีเศรษฐศาสตร์และการวิจัยดำเนินงาน (operations research) มาจนถึงปัจจุบัน