บทความ

โอลกา เทาส์กี-ทอดด์: ผู้ถือคบเพลิงแห่งทฤษฎีเมทริกซ์

บทความโดย

82
แชร์บทความนี้

โอลกา เทาส์กี-ทอดด์: ผู้ถือคบเพลิงแห่งทฤษฎีเมทริกซ์

โอลกา เทาส์กี-ทอดด์ (Olga Taussky-Todd) เกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 1906 ที่เมืองโอลมึทซ์ จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี (ปัจจุบันคือเมืองโอโลมูตส์ สาธารณรัฐเช็ก) ในครอบครัวชาวยิวที่มีฐานะดีและมีวัฒนธรรม เธอเป็นบุตรีคนกลางในบรรดาบุตรีสามคนของยูเลียส ดาวิด เทาส์กี นักเคมีอุตสาหกรรม และอีดา พอลลัค เมื่ออายุสามขวบ ครอบครัวย้ายไปตั้งรกรากที่กรุงเวียนนา ซึ่งเธออาศัยอยู่ที่นั่นจนถึงช่วงกลางของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เทาส์กี-ทอดด์เรียกตัวเองในภายหลังว่าเป็น “ผู้ถือคบเพลิงแห่งทฤษฎีเมทริกซ์” และผลงานของเธอก็มีบทบาทสำคัญอย่างแท้จริงในการยกระดับทฤษฎีเมทริกซ์ให้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการศึกษาวิทยาศาสตร์สมัยใหม่

จากเวียนนาสู่วงวิชาการนานาชาติ

เทาส์กี-ทอดด์ศึกษาคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเวียนนาระหว่างปี 1925-1930 และได้ปกป้องวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกในหัวข้อทฤษฎีจำนวนเรื่อง “Über eine Verschärfung des Hauptidealsatzes” เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 1930 ภายใต้การดูแลของฟิลิป ฟวร์ทเวงเลอร์ (Philipp Furtwängler) เธอเป็นหนึ่งในผู้หญิงกลุ่มแรกที่เข้าร่วมกลุ่มเวียนนาเซอร์เคิล (Vienna Circle) ที่ก่อตั้งขึ้นรอบมอริทซ์ ชลิค พร้อมกับนักคณิตศาสตร์หญิงอีกสองคนคือ โอลกา ฮาห์น-นอยรัท และโรส แรนด์ และยังเข้าร่วมสัมมนาคณิตศาสตร์ของคาร์ล เมงเงอร์อย่างสม่ำเสมออีกด้วย

หลังจบการศึกษา เทาส์กี-ทอดด์ได้รับมอบหมายให้ช่วยตรวจสอบและแก้ไขต้นฉบับผลงานรวมเล่มของเดวิด ฮิลแบร์ท (David Hilbert) ในหัวข้อทฤษฎีจำนวนพีชคณิต ซึ่งเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะฮิลแบร์ทเองก็ไม่สามารถเข้าใจงานเขียนของตนเองในบางจุดได้อีกต่อไป ในปี 1934-35 เธอได้ไปทำงานร่วมกับเอมมี เนอเธอร์ (Emmy Noether) นักคณิตศาสตร์หญิงผู้ยิ่งใหญ่ที่บริน มอร์คอลเลจ ซึ่งออสวัลด์ เวเบลน (Oswald Veblen) หนึ่งในนักเรขาคณิตเชิงอนุพันธ์ชั้นนำของอเมริกา เคยกล่าวถึงเทาส์กี-ทอดด์ในปี 1935 เมื่อเนอเธอร์เสียชีวิตว่าเธอมีศักยภาพที่จะสืบทอดตำแหน่งอันโดดเด่นนี้ได้

หนีภัยนาซีสู่เส้นทางอาชีพในอังกฤษและอเมริกา

เมื่อนาซีเข้ายึดครองออสเตรียและเยอรมนี เทาส์กี-ทอดด์จึงตัดสินใจออกจากภูมิภาคยุโรปกลางไปตลอดกาล เธอได้รับทุนวิทยาศาสตร์สามปีจากเกอร์ตันคอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในอังกฤษ และได้พบกับแจ็ค ทอดด์ (Jack Todd) นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ ซึ่งเธอแต่งงานด้วยในปี 1938 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ทั้งคู่ย้ายที่อยู่บ่อยครั้ง โดยเทาส์กี-ทอดด์ทำงานที่ห้องปฏิบัติการฟิสิกส์แห่งชาติ (National Physical Laboratory) ซึ่งเป็นงานที่นำเธอไปสู่การประยุกต์ใช้ทฤษฎีเมทริกซ์ในการวิเคราะห์เสถียรภาพของการสั่นสะเทือนในเครื่องบิน (aircraft flutter) ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญทางวิศวกรรมในยุคนั้น

ในปี 1945 ครอบครัวทอดด์อพยพไปยังสหรัฐอเมริกาและทำงานที่สำนักงานมาตรฐานแห่งชาติ (National Bureau of Standards) ก่อนที่ในปี 1957 ทั้งคู่จะเข้าร่วมคณะที่สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย (Caltech) ในเมืองพาซาดีนา ซึ่งเทาส์กี-ทอดด์ได้กลายเป็นศาสตราจารย์คณิตศาสตร์หญิงคนแรกของ Caltech

มรดกทางวิชาการที่ครอบคลุมทฤษฎีจำนวนและทฤษฎีเมทริกซ์

ตลอดชีวิตการทำงาน เทาส์กี-ทอดด์ตีพิมพ์ผลงานวิจัยมากกว่า 300 ชิ้น ครอบคลุมทั้งทฤษฎีจำนวนพีชคณิต เมทริกซ์จำนวนเต็ม และเมทริกซ์ในพีชคณิตและการวิเคราะห์ ผลงานสำคัญของเธอรวมถึง ทฤษฎีบทลาทิเมอร์-แม็คดัฟฟี (Latimer-MacDuffee theorem) และงานวิจัยเกี่ยวกับทฤษฎีฟีลด์คลาส (class field theory) เธอยังเป็นผู้ดูแลนักศึกษาปริญญาเอกคนแรกที่เป็นผู้หญิงของ Caltech คือลอร์เรน ฟอสเตอร์ (Lorraine Foster) และมีลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงคนอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงฮันนา นอยมันน์ (Hanna Neumann) และชาร์ลส์ รอยัล จอห์นสัน (Charles Royal Johnson)

เกียรติยศแห่งชีวิตที่อุทิศให้กับคณิตศาสตร์

เทาส์กี-ทอดด์ได้รับเกียรติยศมากมายตลอดชีวิตการทำงาน เธอได้รับรางวัลฟอร์ด (Ford Prize) จากบทความเรื่องผลรวมของกำลังสองที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Mathematical Monthly ปี 1970 และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเวียนนา รวมถึงจากมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนียในปี 1988 เธอยังเป็นเฟลโลว์ของสมาคมเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์แห่งอเมริกา (AAAS) ผู้บรรยายเนอเธอร์ (Noether Lecturer) และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์กางเขนเกียรติยศแห่งออสเตรียด้านวิทยาศาสตร์และศิลปะ ชั้นหนึ่งในปี 1978 แม้จะเกษียณจากการสอนในปี 1977 แต่เธอก็ยังคงติดต่อสื่อสารทางวิชาการกับนักคณิตศาสตร์คนอื่น ๆ เกี่ยวกับงานด้านทฤษฎีเมทริกซ์ของเธอต่อไป

โอลกา เทาส์กี-ทอดด์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 1995 ที่เมืองพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย ด้วยวัย 89 ปี ในปี 1993 สมาคมพีชคณิตเชิงเส้นนานาชาติ (International Linear Algebra Society) ได้ก่อตั้งชุดการบรรยายเพื่อเป็นเกียรติแก่ผลงานของเธอและสามีที่มีต่อวงการพีชคณิตเชิงเส้น มรดกทางวิชาการของเทาส์กี-ทอดด์ ทั้งในฐานะผู้บุกเบิกพีชคณิตเชิงเส้นเชิงตัวเลขและผู้ตรวจสอบต้นฉบับผลงานของฮิลแบร์ท ยังคงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับนักคณิตศาสตร์หญิงรุ่นหลังทั่วโลกมาจนถึงทุกวันนี้