มาร์ติน การ์ดเนอร์: นักเขียนผู้ทำให้ผู้คนทั่วโลกหลงรักคณิตศาสตร์
นักเขียนที่ไม่เคยเรียนคณิตศาสตร์ในระดับมหาวิทยาลัยสามารถกลายเป็นหนึ่งในผู้ที่มีอิทธิพลต่อคณิตศาสตร์ยุคใหม่มากที่สุดได้หรือไม่ คำตอบอยู่ที่ มาร์ติน การ์ดเนอร์ (Martin Gardner) นักเขียนชาวอเมริกัน ผู้เกิดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1914 ที่เมืองทัลซา รัฐโอกลาโฮมา เขาเป็นผู้เขียนคอลัมน์ “Mathematical Games” ในนิตยสาร Scientific American ซึ่งนำปริศนา เกม และความงามของคณิตศาสตร์ไปสู่ผู้อ่านนับล้านคน
จากเด็กรักปริศนาสู่นักเขียน
การ์ดเนอร์เป็นลูกคนโตในสามคนของครอบครัวที่บิดาเป็นนักธรณีวิทยา ความหลงใหลในคณิตศาสตร์เริ่มตั้งแต่วัยเด็ก เมื่อบิดามอบหนังสือรวมปริศนาของแซม ลอยด์ (Sam Loyd) ให้ ต่อมาในโรงเรียนมัธยม เขาประทับใจชั้นเรียนเรขาคณิตของครูพอลีน เบเกอร์ (Pauline Baker) แต่เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยชิคาโก เขาเรียนปรัชญาและจบปริญญาตรีในปี ค.ศ. 1936 โดยไม่เคยเรียนคณิตศาสตร์ในระดับสูงอย่างเป็นทางการ จากนั้นเขาทำงานเป็นผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์ Tulsa Tribune และต่อมาเป็นบรรณาธิการของนิตยสารเด็ก Humpty Dumpty นอกจากนี้เขายังเป็นนักมายากลสมัครเล่น ซึ่งส่งผลต่อวิธีเล่าเรื่องปริศนาของเขาอย่างมาก
จากหกเหลี่ยมพับได้ สู่คอลัมน์ในตำนาน
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อเขาได้เห็น “เฮกซาเฟล็กซากอน” (hexaflexagon) ซึ่งเป็นของพับกระดาษที่เมื่อพลิกไปมาแล้วจะเผยหน้าที่ซ่อนอยู่ ผู้ประดิษฐ์คือนักศึกษาปริญญาโทที่พรินซ์ตัน เขาเขียนบทความเกี่ยวกับสิ่งนี้ส่งให้ Scientific American ซึ่งตีพิมพ์ในฉบับเดือนธันวาคม ค.ศ. 1956 บรรณาธิการเสนอให้เขาเขียนคอลัมน์รายเดือนทันที และคอลัมน์ “Mathematical Games” ฉบับแรกปรากฏในเดือนมกราคม ค.ศ. 1957
เขาเขียนคอลัมน์นี้ต่อเนื่องราว 25 ปี จนถึงปี ค.ศ. 1981 คอลัมน์ของเขากลายเป็นหน้าที่ผู้อ่านจำนวนมากเปิดอ่านก่อนใคร จนในเดือนกันยายน ค.ศ. 1977 นิตยสารย้ายคอลัมน์จากหน้าหลังสุดมาไว้หน้าแรกสุดเพื่อยกย่องความนิยมนี้ บทความที่รวมเล่มแล้วมีทั้งหมดสิบห้าเล่ม
การค้นพบที่การ์ดเนอร์ช่วยให้โลกรู้จัก
สิ่งที่ทำให้การ์ดเนอร์สำคัญมากไม่ใช่เพียงแค่เขียนเก่ง แต่เป็นเพราะเขาเป็นสะพานระหว่างนักคณิตศาสตร์กับสาธารณชน เมื่อนักคณิตศาสตร์มีแนวคิดใหม่ เขามักช่วยนำเสนอให้โลกรู้ ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่
เกมแห่งชีวิตของคอนเวย์ (Conway’s Game of Life): คอลัมน์เดือนตุลาคม ค.ศ. 1970 แนะนำเกมที่จอห์น คอนเวย์ (John Conway) คิดขึ้น ซึ่งเซลล์บนตารางเกิดและตายตามกฎง่ายๆ แต่ให้รูปแบบที่ซับซ้อนอย่างน่าอัศจรรย์ คอลัมน์นี้จุดกระแสความสนใจไปทั่วโลก และนำไปสู่การเขียนโปรแกรมและงานวิจัยเรื่องออโตมาตาเซลลูลาร์
การปูกระเบื้องเพนโรส (Penrose tiling): การ์ดเนอร์นำเสนอลวดลายที่ไม่ซ้ำเป็นคาบซึ่งโรเจอร์ เพนโรส (Roger Penrose) ค้นพบ ให้ผู้อ่านจำนวนมากได้เห็น และต่อมาคอลัมน์ว่าด้วยการปูกระเบื้องด้วยห้าเหลี่ยมของเขายังจุดประกายให้ผู้อ่านสมัครเล่นอย่างมาร์จอรี ไรซ์ ค้นพบกระเบื้องห้าเหลี่ยมชนิดใหม่
การเข้ารหัสแบบ RSA: ในปี ค.ศ. 1977 คอลัมน์ของเขาเป็นแหล่งแรกๆ ที่อธิบายระบบเข้ารหัสกุญแจสาธารณะ RSA ให้สาธารณชนรู้จัก
เขายังเขียนเรื่องเฮกซาเฟล็กซากอน ปริศนาโพลิโอมิโน ภาพลวงตา แถบเมอบิอุส และหัวข้ออีกมากมาย รวมถึงเล่นตลกกับผู้อ่านในคอลัมน์ล้อเล่นวันเมษายนปี ค.ศ. 1975 ที่ผสม “การค้นพบ” ปลอมๆ เข้ากับของจริง
นักสงสัยและนักอธิบายวรรณกรรม
การ์ดเนอร์ไม่ได้เขียนเฉพาะคณิตศาสตร์ เขาเป็นหนึ่งในนักคิดสายสงสัยทางวิทยาศาสตร์ (scientific skepticism) คนสำคัญของอเมริกา หนังสือ “Fads and Fallacies in the Name of Science” (ค.ศ. 1952) ตรวจสอบความเชื่อเทียมวิทยาศาสตร์ และเขาร่วมก่อตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้ออ้างเหนือธรรมชาติ ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นคณะกรรมการเพื่อการสอบสวนเชิงสงสัย (CSICOP) ในปี ค.ศ. 1976 ผลงานอีกชิ้นคือ “The Annotated Alice” (ค.ศ. 1960) ที่ใส่คำอธิบายเชิงคณิตศาสตร์และภาษาศาสตร์ให้นิยายของลูอิส แคร์โรลล์ และ “The Ambidextrous Universe” (ค.ศ. 1964) ว่าด้วยสมมาตรและความไม่สมมาตรในธรรมชาติ
เกียรติยศและบั้นปลายชีวิต
สมาคมคณิตศาสตร์อเมริกัน (AMS) มอบรางวัลสตีล (Leroy P. Steele Prize) ให้การ์ดเนอร์ในปี ค.ศ. 1987 สำหรับหนังสือและบทความด้านคณิตศาสตร์ โดยเฉพาะคอลัมน์ Mathematical Games ซึ่งเป็นเรื่องที่โดดเด่น เพราะรางวัลนี้โดยปกติมอบให้นักคณิตศาสตร์วิชาชีพ หลังเขาวางมือจากคอลัมน์ในปี ค.ศ. 1981 ดักลาส ฮอฟสแตดเตอร์ (Douglas Hofstadter) ก็รับช่วงต่อด้วยคอลัมน์ใหม่ แต่การ์ดเนอร์ยังเขียนหนังสือและคอลัมน์ในนิตยสารอื่นต่อไปอีกหลายสิบปี ผู้ชื่นชมเขายังจัดการประชุม Gathering for Gardner เพื่อรวมตัวนักคณิตศาสตร์ นักมายากล และนักปริศนา
มาร์ติน การ์ดเนอร์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2010 ที่เมืองนอร์แมน รัฐโอกลาโฮมา ด้วยวัย 95 ปี
มรดก
มาร์ติน การ์ดเนอร์เกิดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1914 และสิ่งที่เขาทิ้งไว้ไม่ใช่ทฤษฎีบทชื่อใด แต่เป็นรุ่นต่อรุ่นของผู้อ่านที่เติบโตขึ้นมาพร้อมความเชื่อว่าคณิตศาสตร์เป็นเรื่องสนุกและท้าทาย นักคณิตศาสตร์วิชาชีพจำนวนไม่น้อยยอมรับว่าเริ่มต้นความรักในวิชานี้จากหน้ากระดาษของเขา




