บทความ

รำลึกถึง Bruno de Finetti ผู้บุกเบิกความน่าจะเป็นแบบเบย์เซียนเชิงอัตวิสัย

บทความโดย

38
แชร์บทความนี้

รำลึกถึง Bruno de Finetti ผู้บุกเบิกความน่าจะเป็นแบบเบย์เซียนเชิงอัตวิสัย

Bruno de Finetti คือนักคณิตศาสตร์ชาวอิตาลีผู้บุกเบิกแนวคิดความน่าจะเป็นแบบเบย์เซียน (Bayesian probability) ในมุมมองเชิงอัตวิสัย (subjective probability) และเป็นเจ้าของ de Finetti’s theorem ทฤษฎีบทสำคัญที่เชื่อมโยงความสามารถในการสับเปลี่ยนได้ (exchangeability) เข้ากับโครงสร้างความน่าจะเป็นเชิงลึก ในโอกาสนี้เราขอย้อนรำลึกถึงชีวิตของนักคิดผู้ท้าทายกรอบความคิดดั้งเดิมเรื่องความน่าจะเป็นมาตลอดชีวิต

วาระสุดท้ายที่กรุงโรม 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1985

Bruno de Finetti เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1985 ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ขณะมีอายุ 79 ปี เก้าปีหลังจากเกษียณอายุจากตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ Sapienza University แห่งกรุงโรมในปี ค.ศ. 1976 ตลอดชีวิตของเขาเป็นภาพสะท้อนของนักคิดที่ไม่เคยหยุดท้าทายกรอบความคิดดั้งเดิม แม้จะต้องเผชิญกับการต่อต้านจากวงการวิชาการกระแสหลักมาตลอดหลายทศวรรษก็ตาม

เด็กชายผู้พิการแต่ไม่เคยหยุดเรียนรู้

Bruno de Finetti เกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ. 1906 ที่เมือง Innsbruck ประเทศออสเตรีย เมื่อบิดาของเขาเสียชีวิตขณะเขาอายุเพียง 6 ขวบ เขาย้ายไปอยู่กับมารดาที่เมือง Trento ในวัย 13 ปี เขาป่วยเป็นโรคกระดูกอักเสบติดเชื้อ (osteomyelitis) ที่ขาซ้ายอย่างรุนแรง จนต้องเข้ารับการผ่าตัดที่ทำให้ขาพิการถาวรไปตลอดชีวิต

ในปี ค.ศ. 1923 เขาเข้าศึกษาวิศวกรรมที่ Politecnico di Milano ตามรอยเท้าของบิดาและปู่ ก่อนจะย้ายไปศึกษาคณิตศาสตร์ประยุกต์ที่ University of Milan ในปีที่สาม และสำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ. 1927 ด้วยวิทยานิพนธ์ที่ได้รับรางวัล แม้ยังเป็นนักศึกษาปริญญาตรี เขาก็ตีพิมพ์บทความแรกด้านพันธุศาสตร์ประชากรของ Mendel ซึ่งเป็นการพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของประชากรที่มีรุ่นซ้อนทับกัน (overlapping generations) เป็นครั้งแรก

ผู้บุกเบิกความน่าจะเป็นเชิงอัตวิสัย

หลังสำเร็จการศึกษา de Finetti ทำงานที่สำนักงานสถิติกลางของอิตาลี (Istituto Centrale di Statistica) ในกรุงโรมจนถึงปี ค.ศ. 1931 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาผลิตผลงานวิจัยจำนวนมาก มีรายงานว่าในปี ค.ศ. 1930 เพียงปีเดียวเขาตีพิมพ์บทความถึง 17 ชิ้น จากนั้นเขาย้ายไปทำงานที่บริษัทประกันภัย Assicurazioni Generali ในเมือง Trieste พร้อมกับสอนวิชาแคลคูลัสความน่าจะเป็นที่มหาวิทยาลัย Trieste ไปด้วย

ผลงานที่สำคัญที่สุดของ de Finetti คือแนวคิดเรื่องความน่าจะเป็นเชิงอัตวิสัย ซึ่งมองว่าความน่าจะเป็นไม่ใช่คุณสมบัติเชิงวัตถุที่มีอยู่ในธรรมชาติ แต่เป็นระดับความเชื่อมั่นส่วนบุคคลที่ต้องสอดคล้องกันตามหลักตรรกะ (coherence) เขาอธิบายแนวคิดนี้ผ่านการทดลองทางความคิดเกี่ยวกับการตั้งราคาสัญญาพนัน ซึ่งกลายเป็นรากฐานของทฤษฎี “Dutch book” ที่ใช้พิสูจน์ว่าความเชื่อที่ไม่สอดคล้องกันเชิงตรรกะจะนำไปสู่การสูญเสียที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เสมอ ผลงานคลาสสิกที่รวบรวมแนวคิดนี้ไว้คือบทความ “La prévision: ses lois logiques, ses sources subjectives” ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1937

De Finetti’s Theorem: สะพานเชื่อมระหว่างสองมุมมองของความน่าจะเป็น

ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของ de Finetti คือทฤษฎีบทที่ใช้ชื่อของเขา ซึ่งระบุว่าลำดับของตัวแปรสุ่มที่สามารถสับเปลี่ยนได้ (exchangeable sequence) นั้น สามารถมองได้ว่าเกิดจากกระบวนการสุ่มพารามิเตอร์ความสำเร็จในลำดับการทดลองแบบแบร์นูลลี (Bernoulli trials) ทฤษฎีบทนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นสะพานเชื่อมที่สวยงามระหว่างมุมมองความน่าจะเป็นแบบเบย์เซียนเชิงอัตวิสัยกับมุมมองความน่าจะเป็นเชิงความถี่แบบดั้งเดิม และได้รับการขยายความทั่วไปมากขึ้นในเวลาต่อมาโดยนักคณิตศาสตร์รุ่นหลัง

แม้ในช่วงแรกแนวคิดของ de Finetti จะไม่ได้รับการยอมรับในวงกว้างเนื่องจากเหตุผลที่ไม่เกี่ยวกับวิชาการ ทำให้เขาไม่ได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์เต็มตัวที่มหาวิทยาลัย Trieste จนกระทั่งปี ค.ศ. 1950 แต่ในเวลาต่อมา นักสถิติชาวอเมริกัน Leonard J. Savage ที่หันมายอมรับแนวคิดอัตวิสัยนิยมอย่างอิสระ ได้ช่วยผลักดันให้ผลงานของ de Finetti เป็นที่รู้จักในโลกที่ใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น เช่นเดียวกับ Dennis Lindley นักสถิติชาวอังกฤษที่เป็นอีกหนึ่งผู้สนับสนุนสำคัญ

มรดกที่ยังคงถกเถียงและใช้งานอยู่

หลังจากย้ายไปสอนที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย Rome ในปี ค.ศ. 1954 และย้ายไปคณะวิทยาศาสตร์ในปี ค.ศ. 1961 de Finetti ยังคงทำงานวิจัยด้านความน่าจะเป็น พันธุศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์การเงินอย่างต่อเนื่อง แนวคิดความน่าจะเป็นเชิงอัตวิสัยของเขายังคงเป็นหนึ่งในสองสำนักความคิดหลักของทฤษฎีความน่าจะเป็นสมัยใหม่ และมีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อสถิติแบบเบย์เซียนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัญญาประดิษฐ์ การเรียนรู้ของเครื่อง และวิทยาศาสตร์ข้อมูลในปัจจุบัน

ในวันครบรอบการจากไปของเขาทุกปี ชื่อของ Bruno de Finetti จึงยังคงเป็นที่จดจำในฐานะนักคิดผู้กล้าท้าทายกรอบความคิดกระแสหลัก และเปลี่ยนมุมมองที่มนุษย์มีต่อธรรมชาติของความไม่แน่นอนไปอย่างลึกซึ้ง