บทความ

รำลึกถึง Johann (II) Bernoulli ทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งในตระกูลนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป

บทความโดย

34
แชร์บทความนี้

รำลึกถึง Johann (II) Bernoulli ทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งในตระกูลนักคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป

Johann (II) Bernoulli คือบุตรชายคนเล็กของ Johann Bernoulli ผู้บุกเบิกแคลคูลัส และเป็นผู้ที่ค้นคว้าเรื่องธรรมชาติของอีเทอร์ (aether) จนได้รับรางวัลจาก French Academy พร้อมสืบทอดทั้งตำแหน่งศาสตราจารย์และมรดกทางปัญญาของตระกูลไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ เราขอย้อนรำลึกถึงชีวิตของเขา

วาระสุดท้ายที่เมือง Basel 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1790

Johann (II) Bernoulli เสียชีวิตที่เมือง Basel เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ค.ศ. 1790 ด้วยอายุที่ยืนยาวใกล้เคียงกับบิดาของเขา นับเป็นการปิดฉากชีวิตของนักวิชาการผู้หนึ่งที่แม้ผลงานวิจัยทางคณิตศาสตร์ในบั้นปลายชีวิตจะไม่หนาแน่นเท่าช่วงต้น แต่เขายังคงรักษาบทบาทในฐานะศูนย์กลางเครือข่ายทางปัญญาของยุโรปมาจนวาระสุดท้าย ผ่านการเขียนจดหมายโต้ตอบทางวิทยาศาสตร์กับนักวิชาการทั่วทวีปมากถึงราว 900 ฉบับ

การจากไปของเขายังหมายถึงการส่งต่อคบเพลิงแห่งตระกูล Bernoulli ให้กับบุตรชายทั้งสองของเขา คือ Johann (III) และ Jakob (II) Bernoulli ซึ่งกลายเป็นนักคณิตศาสตร์รุ่นสุดท้ายที่มีชื่อเสียงโดดเด่นของตระกูลอันยิ่งใหญ่นี้

บุตรชายคนเล็กของนักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่

Johann (II) Bernoulli เกิดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1710 ที่เมือง Basel เป็นบุตรชายคนเล็กในบรรดาบุตรชายสามคนของ Johann Bernoulli นักคณิตศาสตร์ผู้บุกเบิกแคลคูลัสร่วมกับ Gottfried Leibniz และเป็นน้องชายของ Nicolaus (II) Bernoulli และ Daniel Bernoulli นักฟิสิกส์ชื่อดังผู้เป็นเจ้าของหลักการแบร์นูลลี (Bernoulli’s principle)

แม้จะเกิดในครอบครัวที่มีชื่อเสียงด้านคณิตศาสตร์ แต่ในช่วงแรก Johann (II) เลือกเดินตามเส้นทางกฎหมายก่อน โดยได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตด้านนิติศาสตร์ในปี ค.ศ. 1727 อย่างไรก็ตาม เขายังคงศึกษาคณิตศาสตร์ควบคู่ไปด้วย ทั้งการทำงานร่วมกับบิดาและการค้นคว้าด้วยตนเอง ก่อนจะเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วทวีปยุโรปเพื่อสั่งสมความรู้

ผู้สืบทอดตำแหน่งศาสตราจารย์แห่งเมือง Basel

จุดเด่นที่ทำให้ Johann (II) Bernoulli เป็นที่น่าจดจำคือความสำเร็จอันโดดเด่นในการแข่งขันวิชาการ เขาได้รับรางวัลจาก Paris Academy of Sciences ถึงสี่ครั้งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นผลงานเดี่ยวหรือผลงานร่วมกับบิดา ความสำเร็จนี้เองที่ทำให้เขามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Basel สืบต่อจากบิดาเมื่อ Johann Bernoulli ผู้พ่อเสียชีวิตลง ก่อนหน้านั้นเขาเคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านวาทศิลป์ (eloquence) ที่มหาวิทยาลัยเดียวกันมาก่อนเป็นเวลาห้าปี

ในปี ค.ศ. 1736 เขาได้รับรางวัลจาก French Academy สำหรับงานวิจัยเรื่องอีเทอร์ (aether) ซึ่งเป็นตัวกลางสมมติที่นักวิทยาศาสตร์ยุคนั้นเชื่อว่าแสงเดินทางผ่าน ในงานชิ้นนี้ Johann (II) เสนอแบบจำลองที่มองอีเทอร์เป็นเสมือนอนุภาคขนาดเล็กจำนวนมากที่เชื่อมต่อกันคล้ายเส้นเชือกสั่นสะเทือน และนำกรอบคณิตศาสตร์ที่ใช้อธิบายการสั่นของเส้นเชือกมาประยุกต์ใช้อธิบายความเร็วของเสียงในก๊าซ ซึ่งได้ผลลัพธ์สอดคล้องกับสูตรที่ Isaac Newton เคยคำนวณไว้ก่อนหน้านี้

นักวิชาการผู้เงียบขรึมแต่มีเครือข่ายกว้างขวาง

แม้บุคลิกที่ขี้อายและร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงของ Johann (II) จะไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการติดต่อสื่อสารทางวิชาการเลย เขายังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ผลงานรวมเล่มของบิดา (Opera omnia) ได้รับการตีพิมพ์ และมีบทบาทสำคัญในวงการปัญญาชนยุโรปในฐานะเจ้าบ้านผู้ให้ที่พักพิง เมื่อ Pierre-Louis Maupertuis ประธานของ Berlin Academy ถูกกล่าวหาว่าลอกเลียนผลงานของ Leibniz และถูก Voltaire วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจนต้องเดินทางออกจากกรุง Berlin Maupertuis ได้เดินทางมายังเมือง Basel ในปี ค.ศ. 1756 และได้พักอาศัยอยู่ในบ้านของ Johann (II) Bernoulli เป็นเวลาสามปีสุดท้ายของชีวิตเขาเอง

มรดกที่สืบทอดต่อไปในตระกูล

ในวันครบรอบการจากไปของเขาทุกปี ชื่อของ Johann (II) Bernoulli จึงเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของตระกูล Bernoulli ที่ไม่เพียงผลิตนักคิดผู้ยิ่งใหญ่เพียงคนเดียว แต่ยังส่งต่อมรดกทางปัญญาให้กับคนรุ่นต่อไปได้อย่างต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วอายุคน ผ่านบุตรชายทั้งสองของเขาที่กลายเป็นนักคณิตศาสตร์รุ่นสุดท้ายของตระกูล ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นซ้ำในประวัติศาสตร์วงการคณิตศาสตร์